
เฟด-ญี่ปุ่นอัดฉีดฟื้นเติบโตไม่หวั่นจุดชนวนสงครามค่าเงิน
ที่ประชุมเฟดมีมติคงดอกเบี้ยต่ำลุยใช้คิวอี 3 ต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจไตรมาส 4 หด 0.1% ตลาดแรงงานยังซบ ด้านบีโอเจเล็งเดินเครื่องอัดฉีดเพิ่ม พร้อมโต้ครหาจุดสงครามค่าเงิน
ที่ประชุมเฟดมีมติคงดอกเบี้ยต่ำลุยใช้คิวอี 3 ต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจไตรมาส 4 หด 0.1% ตลาดแรงงานยังซบ ด้านบีโอเจเล็งเดินเครื่องอัดฉีดเพิ่ม พร้อมโต้ครหาจุดสงครามค่าเงิน
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2930 ม.ค. พบว่าที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 00.25% พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้ามาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบ 3 ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรรวมมูลค่า 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงชะลอตัวอย่างเต็มที่
รายงานเอฟโอเอ็มซีครั้งล่าสุด ระบุว่า แม้ว่าสภาพตลาดเงินโลกเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ทว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ซึ่งหมายรวมถึงผลกระทบจากแผนแก้หน้าผาการคลัง หรือฟิสคัล คลิฟ ของรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพลดระดับหนี้ของประเทศในระยะยาว
“หากเฟดดำเนินนโยบายที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวดีขึ้น และอัตราว่างงานจะปรับตัวลดลงจาก 7.8% แน่นอน” แถลงการณ์เฟดระบุ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการเฟดจะเดินหน้าใช้นโยบายคิวอี 3 อย่างต่อเนื่องจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว และอัตราว่างงานลดต่ำกว่า 6.5% ตามแผนการเดิมที่วางไว้ แม้ว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมการเฟดบางส่วน ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของนโยบายคิวอี 3 ต่อดุลบัญชีของธนาคารกลาง ในระหว่างการประชุมเอฟโอเอ็มซี เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว
“แถลงการณ์ของเฟดครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าตลาดวิตกกังวลกับรายงานการประชุมของเฟด เมื่อเดือน ธ.ค.มากเกินไป” โจเซฟ แกคนอน อดีตรองกรรมการผู้จัดการธนาคารกลางสหรัฐแผนกการเงินระหว่างประเทศกล่าว พร้อมคาดการณ์ว่าเฟดจะใช้นโยบายคิวอี 3 อย่างต่อเนื่องจนถึงปลายปีนี้
ทั้งนี้ สภาพเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 4 เมื่อปี 2555 หดตัวลง 0.1% ซึ่งนับเป็นการหดตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ เมื่อปี 2552 ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐทั้งปีโต 2.2%
แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลงครั้งล่าสุด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตัดลดงบประมาณด้านกลาโหมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2515 ลงถึง 22% และภาคธุรกิจที่ปรับลดการลงทุนลง เนื่องจากวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะหน้าผาการคลังเมื่อปลายปีที่แล้ว
ขณะที่ทางด้านความเคลื่อนไหวของตลาดแรงงานของสหรัฐมีแนวโน้มซบเซาอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจความเห็นล่าสุดของบลูมเบิร์กพบว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า สหรัฐมีแนวโน้มจ้างงานในเดือน ม.ค. เพิ่มอีก 1.65 แสนตำแหน่ง แต่อัตราว่างงานจะยังคงที่ระดับ 7.8% โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยตัวเลขว่างงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.พ.
ภายหลังการประกาศเดินหน้านโยบายคิวอี 3 อย่างไม่จำกัดของธนาคารกลางสหรัฐเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทางด้าน ฮิโระฮิเดะ ยามากุจิ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ออกโรงประกาศ พร้อมเดินหน้าขยายโครงการซื้อสินทรัพย์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ยามากุจิ ยืนกรานว่า การดำเนินนโยบายการเงินของแบงก์ชาติครั้งล่าสุดนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกดเงินเยนให้อ่อนค่าลง เพื่อความได้เปรียบทางการค้า และมั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดสงครามค่าเงินตามที่หลายฝ่ายวิตกกังวล
ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศดังกล่าว เงินเยนญี่ปุ่นดีดตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.3% อยู่ที่ 90.85 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ภายหลังปรับตัวอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2553







