
‘คิวอี3’ส่อทะลุ42ล้านล.
คาดเฟดลุยซื้อบอนด์ถึงปีหน้ากูรูเตือนไร้ผลกระตุ้นจ้างงาน
คาดเฟดลุยซื้อบอนด์ถึงปีหน้ากูรูเตือนไร้ผลกระตุ้นจ้างงาน
นักเศรษฐศาสตร์เชื่อเฟดลุย “คิวอี 3” คาดมูลค่าทะลุ 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า มูลค่าพันธบัตรที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเข้าซื้อภายใต้มาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 นั้น จะพุ่งสูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 42 ล้านล้านบาท) ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายคาดว่าเฟดจะสิ้นสุดโครงการ
ผลการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 44 คน ซึ่งจัดทำโดยบลูมเบิร์ก พบว่าส่วนใหญ่เชื่อว่า เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด จะประกาศเดินหน้าโครงการคิวอี 3 ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ช่วงระหว่างวันที่ 2930 ม.ค. แม้นักวิเคราะห์หลายคนจะออกโรงคัดค้านก็ตาม
“เบอร์แนนคี จะยุติการเข้าซื้อพันธบัตรก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งคงเป็นไปได้ยากในปีนี้” เอริก กรีน จากบริษัทหลักทรัพย์ทีดีในนครนิวยอร์ก กล่าว พร้อมย้ำว่าเศรษฐกิจของประเทศจะโตไม่เกิน 2% ในปีนี้ สวนทางกับตัวเลขคาดการณ์ของเฟดที่ระดับ 2.33%
ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการคิวอี 3 เฟดจะเข้าซื้อพันธบัตรที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน รวมทั้งพันธบัตรรัฐบาลมูลค่าอีก 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.35 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน โดยเบอร์แนนคี ประกาศว่าจะยุติโครงการคิวอีก็ต่อเมื่อตลาดงานในประเทศฟื้นตัว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับนักเศรษฐศาสตร์บางส่วน ซึ่งเตือนว่าการเข้าซื้อพันธบัตรมูลค่ามหาศาลเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ขณะที่กว่า 57% ของนักเศรษฐศาสตร์ เชื่อว่าจะไม่สามารถกระตุ้นการจ้างงานได้
นอกจากนี้ ในระหว่างการประชุมเอฟโอเอ็มซีครั้งล่าสุด คณะกรรมการเฟดยังเสียงแตกเรื่องกรอบเวลาการใช้คิวอี 3 โดยบางส่วนเรียกร้องให้มีการยุติโครงการในช่วงกลางปีนี้ โดยอ้างว่าการเข้าซื้อพันธบัตรจำนวนมากในช่วงระยะเวลานาน จะยิ่งทำให้ธนาคารกลางยกเลิกโครงการยากขึ้น
“เฟดกำลังใช้นโยบายเชิงรุก ผมจึงกังวลว่าเรากำลังแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ง่ายเกินไป” เจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ เตือน
ทั้งนี้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วัน เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ตลาดสิงคโปร์นั้นพุ่งขึ้น 0.3% อยู่ที่ 1,659.85 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ช่วงเปิดตลาด โดยเป็นผลพวงจากความคาดหวังของนักลงทุนว่า เฟดจะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างการประชุมครั้งนี้







