
ปัญหาคันเร่งโตโยต้าแก้ไม่หาย สหรัฐส่งจนท.‘นาซา’ร่วมสอบ
โพสต์ทูเดย์ — รัฐบาลสหรัฐผนึกกำลัง เรียกนาซาและสำนักวิทยาศาสตร์แห่งชาติ พิสูจน์กรณีข้อผิดพลาดด้านอิเล็กทรอนิกส์ของโตโยต้า
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เรย์ ลาฮูด รัฐมนตรีคมนาคมของสหรัฐ เปิดเผยว่า ทางฝ่ายควบคุมด้านความปลอดภัยทางรถยนต์ของสหรัฐ จะให้นักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาทำงานร่วมกับทางสำนักงานด้านความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติ (เอ็นเอชทีเอสเอ) ของสหรัฐ เพื่อวิเคราะห์ข้อผิดพลาดของรถยนต์โตโยต้า
ก่อนหน้านี้โตโยต้าต้องเผชิญกับปัญหาการเรียกรถคืนจำนวนราว 8.5 ล้านคันทั่วโลก และในจำนวนนั้นเป็นรถยนต์ในสหรัฐราว 6 ล้านคัน ซึ่งแม้ว่าจะมีการซ่อมแซมและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ทว่าก็ยังพบว่ามีปัญหาและข้อร้องเรียนในเรื่องอื่นๆ ตามมาอีก
ลาฮูด ยังกล่าวด้วยว่า นักวิทยาศาสตร์ดังกล่าวมีความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และการวิเคราะห์ความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยให้เกิดข้อมูลที่ครอบคลุมและละเอียดมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ลาฮูด ยังกล่าวอีกว่า ไม่เพียงแต่ผู้เชี่ยวชาญจากนาซาเท่านั้น แต่ทว่ายังมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเข้ามาศึกษาในเรื่องของปัญหาคันเร่ง ที่ทำให้รถเร่งความเร็วอย่างกะทันหันด้วยตัวเอง กับรถยนต์ในทุกบริษัทผลิตรถยนต์
สำหรับการศึกษาดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน เพื่อที่จะตรวจสอบความผิดพลาดของระบบคันเร่ง และสามารถแจกแจงข้อมูลให้กับทางรัฐบาลสหรัฐได้ราวช่วงกลางปี 2554
“
เราเชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกที่มีความรู้และการวิจัยใหม่ๆ จะสามารถบอกเราได้ว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์มีผลกระทบกับระบบคันเร่งหรือไม่” ลาฮูด กล่าวลาฮูดคือหนึ่งในผู้ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบความผิดพลาดของโตโยต้า และเคยได้กล่าวกับทางสภาคองเกรสว่าจะขุดคุ้ยเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของข้อผิดพลาดของทางโตโยต้า
สำหรับการศึกษาในเรื่องดังกล่าวนี้จะมีมูลค่าและการใช้จ่ายราว 3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 97 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ซึ่งพบว่ามีปัญหาในเรื่องของคันเร่ง
ด้านทางโตโยต้าเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และทางบริษัทมีแถลงการณ์ออกมาว่า การทดสอบดังกล่าวเป็นเรื่องในทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งทางโตโยต้าสมควรที่จะได้มีโอกาสพิสูจน์ในเรื่องนี้ ซึ่งจะทำให้โตโยต้าพ้นจากปัญหาในเรื่องนี้ และแยกแยะข้อเท็จจริงออกมา ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับทางโตโยต้าเองด้วย







