
บึ้มพลีชีพถล่มปากีฯ ชีอะห์ดับ125-เจ็บอื้อ
เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้งซ้อนในปากีสถาน ยอดดับพุ่ง 125 ศพ บาดเจ็บอื้อ ด้านกลุ่มหัวรุนแรงชาวสุหนี่รับอยู่เบื้องหลัง มุ่งเป้าโจมตีชาวชีอะห์
เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้งซ้อนในปากีสถาน ยอดดับพุ่ง 125 ศพ บาดเจ็บอื้อ ด้านกลุ่มหัวรุนแรงชาวสุหนี่รับอยู่เบื้องหลัง มุ่งเป้าโจมตีชาวชีอะห์
ตำรวจปากีสถาน เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดรุนแรง 3 จุด ในชุมชนชาวชีอะห์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในปากีสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้พุ่งขึ้นเป็น 125 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 81 คน แล้ว
ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่เมืองเควตา ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนอัฟกานิสถาน โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า คนร้ายใช้ระเบิดพลีชีพภายในคลับบิลเลียดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวสุหนี่มักรวมตัวสังสรรค์กัน และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที ก็เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ด้านนอกคลับ
“ควันหนาทึบปกคลุมทั้งบริเวณ ผมได้ยินแต่เสียงคนกรีดร้อง” เจ้าของร้านค้าในพื้นที่คนหนึ่ง กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของโมฮัมหมัด ราซา เจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งเล่าว่า พอถึงจุดเกิดเหตุ รู้สึกตกใจมากที่พบเห็นศพคนตายนอนเกลื่อนถนน
“ระเบิดแรงมาก เราเก็บชิ้นส่วนอวัยวะได้จำนวนมาก ทั้งแขน ขา นิ้ว และเท้าคน” ราซา เผย พร้อมเตือนว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน
วันเดียวกัน คนร้ายยังวางระเบิดมัสยิดขณะที่ชาวสุหนี่กลุ่มหนึ่งกำลังร่วมฟังการเทศนาของผู้นำทางศาสนาในเมืองมิงโกรา จังหวัดสวัต ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุไม่นาน กลุ่มลัชการ์อีจังวี กลุ่มหัวรุนแรงชาวสุหนี่ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มตาลีบันในปากีสถาน ได้ออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมดังกล่าว ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเหตุก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดในปากีสถานนับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดพลีชีพสองครั้งซ้อนเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2554 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 98 คน
ด้านองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ตำหนิรัฐบาลปากีสถานว่าล้มเหลวในการปกป้องชาวชีอะห์ในประเทศ พร้อมเผยว่า เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา มีชาวชีอะห์ในปากีสถานเสียชีวิตถึง 400 คน จากเหตุลอบทำร้าย และเตือนว่าสถานการณ์ส่อทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย
ขณะที่หัวหน้าชุมชนชาวชีอะห์ได้ออกโรงเรียกร้องให้กองทัพปากีสถานส่งทหารเข้ามาคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ โดยยืนยันว่าจะไม่ฝังศพเหยื่อเหตุระเบิดครั้งนี้จนกว่าทางกองทัพจะทำตามคำเรียกร้อง







