
เงินยูโรรอดวิกฤตแต่ปีหน้ายังหนัก
ส่งท้ายปี‘2012’กรีซรอดยูโรไม่สิ้นปีหน้างานหนักต่อ
ส่งท้ายปี‘2012’กรีซรอดยูโรไม่สิ้นปีหน้างานหนักต่อ
ทิ้งทวน 2012 เงินยูโรรอดตาย กรีซยังอยู่กับยูโรโซน ชี้ปีหน้ายังหนัก เศรษฐกิจยุโรปถดถอยคนว่างงานเพียบ
เอเอฟพีรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า เงินสกุลยูโรรอดพ้นจากการล่มสลายไปได้ในปี 2012 ที่ผ่านมา หลังจากที่กลุ่มยูโรโซนสามารถแก้ปัญหากรีซไปได้ในที่สุด ทว่าในปีหน้ากลุ่มยูโรโซนยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก
ในช่วงปีที่ผ่านมา กลุ่มยูโรโซนสามารถแก้ไขปัญหาของกรีซไปได้ด้วยการให้เงินช่วยเหลือกับกรีซก้อนที่ 2 มูลค่ากว่า 3.1 หมื่นล้านเหรียญยูโร ทำให้กรีซรอดพ้นจากการเป็นหนี้เสีย อีกทั้งยังอนุมัติให้กรีซขยายระยะเวลาการปฏิรูปเศรษฐกิจออกไป เพื่อช่วยเหลือให้กรีซมีระยะตั้งตัวได้มากขึ้น ซึ่งทำให้สภาพปัญหาของยุโรปดูดีขึ้นมากกว่าเดิม
โอลี เรนห์ ข้าหลวงใหญ่ด้านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป กล่าวว่า ปัญหาของกรีซได้จบลงไปแล้ว และในที่สุดกรีซก็ยังอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา มีความวิตกกังวลกันมากว่ากรีซอาจจะต้องหลุดออกไปจากกลุ่ม
นอกจากนั้น ในช่วงปีที่ผ่านมา ยูโรโซนยังพบกับความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาและการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ในกลุ่ม ด้วยการบรรลุข้อตกลงจัดตั้งกลไกดูแลการทำงานขึ้นโดยเฉพาะ หรือ “เอสเอสเอ็ม” ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลธนาคารพาณิชย์โดยเฉพาะถือว่าเป็นก้าวแรกครั้งสำคัญในการแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับภาคธนาคารที่อาจจะลุกลามกลายได้
ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทีจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งนำโดย มาริโอ ดรากี ต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตของกลุ่มยังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยที่อีซีบีได้ยอมเข้ามามีส่วนร่วมต่อการแก้ปัญหามากขึ้นกว่าเดิม โดยเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ดรากี ได้ประกาศไว้ชัดว่าจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อช่วยให้เงินสกุลยูโรอยู่ต่อไปได้ ผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรของสมาชิกยูโรโซนที่มีปัญหาโดยไม่มีขีดจำกัด เพื่อช่วยให้ประเทศนั้นๆ ระดมทุนต่อไปได้ในตลาดพันธบัตร
ท่าทีดังกล่าวทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรของประเทศที่กำลังมีปัญหาอย่างสเปนและอิตาลีปรับลดลงในทันที และทำให้สถานการณ์ของทั้งสองประเทศดีขึ้น สามารถระดมทุนได้ต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงปีที่ผ่านมา กลุ่มยูโรโซนยังเข้าไปช่วยเหลือภาคธนาคารของสเปนโดยตรงเป็นมูลค่าถึง 1 แสนล้านยูโรด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางด้านนักวิเคราะห์มองว่า ในช่วงปีข้างหน้านั้นยังจะเป็นปีที่ยากลำบากต่อไปของยูโรโซน โดยต้องรอดูกันว่ายุโรปจะสามารถบังคับใช้กลไกต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
อีกทั้งในปี 2013 ที่จะมาถึงนี้ ยังจะมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในบางประเทศสำคัญของยูโรโซน คือการเลือกตั้งทั้งในอิตาลี ตามมาด้วยเยอรมนี ซึ่งหากการเมืองมีการเปลี่ยนขั้วโดยเฉพาะในเยอรมนี ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มนั้นก็อาจจะทำให้การแก้ไขปัญหาสะดุดลงได้
ขณะที่สภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไปของกลุ่มยูโรโซนนั้น ยังอยู่ในภาวะถดถอย ดัชนีการว่างงานสูงถึง 11.7% โดยสเปนและกรีซมีอัตราการว่างงานสูงที่สุดถึง 25%







