posttoday
'เพรพเพอร์'ชีวิตต้องพร้อมเมื่อโลกไม่อวสาน

'เพรพเพอร์'ชีวิตต้องพร้อมเมื่อโลกไม่อวสาน

22 ธันวาคม 2555

มนุษยชาติอาจต้องเตรียมนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกกันอีกรอบ เพราะพบว่ายังคงมีคำพิพากษาอวสานโลกอีกหลายฉบับ

มนุษยชาติอาจต้องเตรียมนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกกันอีกรอบ เพราะพบว่ายังคงมีคำพิพากษาอวสานโลกอีกหลายฉบับ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
         
เล่นเอาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปตามๆ กันสำหรับคำทำนายตามปฏิทินโบราณของชนเผ่ามายา ที่บันทึกวันสุดท้ายไว้ในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 หรือ 21/12/12 จนจุดกระแสหวาดผวาไปทั่วโลก ว่าอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ นานา ตั้งแต่ดาวเคราะห์ดวงใหญ่พุ่งชนโลก พายุสุริยะ จนถึงหลุมดำขนาดยักษ์ดูดโลก อันเป็นจุดจบของเหล่ามวลมนุษยชาติ
         
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าในขณะที่ความกลัวยังไม่ทันหาย มนุษยชาติอาจต้องเตรียมนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกกันอีกแล้ว เพราะหากลองพลิกหน้าประวัติศาสตร์แห่งการทำนายและผลการศึกษาทางหลักวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา ก็จะค้นพบว่ายังคงมีคำพิพากษาอวสานโลกอีกหลายฉบับหลากทฤษฎี ที่เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยไปกว่าคำทำนายของชนเผ่ามายาเลยทีเดียว
         
ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ทฤษฎีโลกดับจากปรากฏการณ์พลังงานดวงอาทิตย์ระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นราวเดือน พ.ค. 2013 ก่อให้เกิดรังสีโซลาร์แฟลร์ส่งมายังโลก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับทั่วโลกระบบสื่อสารล้มเหลวการคมนาคมเป็นอัมพาต จนเกิดกลียุคครั้งใหญ่ และอาจเลวร้ายจนถึงขั้นส่งผลให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้เปลือกโลกเคลื่อนตัวเป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงและคลื่นยักษ์สึนามิถล่มตามมา
         
ตลอดจนถึงข่าวลือวันพิพากษาโลกในปี2023 หรืออีก 11 ปีข้างหน้านี้ จากคำทำนายของ เอียน เกอร์นีย์นักวิชาการพระคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งระบุในปีนั้น ชะตาชีวิตของมวลมนุษยชาติจะถูกตัดสินจากการกระทำ หรือแม้แต่ข่าวลือวันโลกาวินาศในวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. 2026 ซึ่งเป็นวันที่ประชากรจะล้นโลก และจะมีผู้คนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตตามการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งตีพิมพ์ไว้ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เมื่อปี1960
         
จริงอยู่ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่คำทำนายวันโลกาวินาศเหล่านี้ อาจเป็นเพียงอีกทฤษฎีหนึ่งที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้คนชั่วครู่ชั่วคราว ก่อนจะหมดความน่าสนใจไปตามกาลเวลา ไม่ต่างอะไรกับคำทำนายวันสิ้นโลกก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อปี1910 กับกระแสดาวหางฮัลเลย์ ที่โคจรผ่านโลกและคร่าชีวิตมนุษย์ด้วยสารพิษมรณะ

 

คำทำนายอวสานโลกอดีต-อนาคต

วันสิ้นโลก

ผู้ค้นพบ/ทำนาย

เหตุการณ์

 

1.     1910

 

เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์     นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ

-ดาวหางฮัลเลย์โคจรผ่านโลกและคร่าชีวิตมนุษย์ด้วยสารพิษมรณะ

 

2.  31 ธ.ค. 1999                                                                                        

โปรแกรมเมอร์

 -ปัญหา Y2K ระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกรวน   เพราะไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของศตวรรษได้

 

3.  21 พ.ค. 2011

ฮาโรลด์ แคมปิง นักเทศน์ชาวสหรัฐ

-วันพิพากษาโลก เกิดแผ่นดินไหวและหายนะไปทั่วโลก

 

4. 10 ก.ย. 2010

องค์การศึกษาวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป "เซิร์น"

-ทดลองสร้างจักรวาลในหลอดแก้วด้วยเครื่องเร่งอนุภาคขนาด  ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้เกิดหลุมดำกลืนโลก

 

5. 21 ธ.ค. 2012

 

ชนเผ่ามายัน

-วันสุดท้ายของโลกตามปฏิทินโบราณ

6. 21 ธ.ค. 2012

 

นอสตราดามุส แพทย์และนักพยากรณ์ชาวฝรั่งเศส

-โลกเผชิญภัยธรรมชาติร้ายแรงและเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

 

7. ปี 2023

เอียน เกอร์นีย์ นักวิชาการพระคัมภีร์ไบเบิล

- วันพิพากษาโลก

 

8. 13 พ.ย.  2026

 

 

ตีพิมพ์ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ในปี 1960

-ประชากรล้นโลก

 หรือแม้แต่วิกฤต Y2K ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าปี 2000 ที่โลกจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ ภายหลังระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเกิดความปั่นป่วนเพราะไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของศตวรรษได้
         
แต่ทว่า ด้วยกระแสวันโลกดับที่มีเข้ามาปลุกให้หวาดผวากันอย่างต่อเนื่องนี้เองได้กลายเป็นจุดกำเนิดของกระแส "เพรพเพอร์" หรือกลุ่มคนที่เตรียมความพร้อมหาทางหนีทีไล่ เพื่อรับมือวันสิ้นโลกกันอย่างจริงจังและสุดขั้ว จนกลายเป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก

 

 

'เพรพเพอร์'ชีวิตต้องพร้อมเมื่อโลกไม่อวสาน

 

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า กระแสเพรพเพอร์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม คือไม่ใช่เป็นการเตรียมความพร้อมโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเอาชีวิตรอดภายหลังโลกถึงกาลอวสานในคราวเดียวแต่เพียงเท่านั้นแล้ว แต่จะออกแนวเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นขณะที่โลกยังคงหมุนต่อไปเสียมากกว่า
         
"ลูกค้าที่เข้ามาติดต่อให้ผมสร้างบังเกอร์หลบภัยให้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องโลกแตกแต่พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐต้องล่มในอีก 10 ปีข้างหน้านี้ และต้องเกิดความวุ่นวายอย่างหนักแน่ๆ และถึงเวลานั้นบรรดาผู้ก่อการร้ายก็คงจะเริ่มใช้อาวุธชีวภาพทำร้ายคนบริสุทธิ์แล้ว จึงคงไม่เสียหลาย หากเตรียมความพร้อมเอาไว้ก่อน" รอน ฮับบาร์ดเจ้าของบริษัท แอดลาสเซอร์ไวเวอร์ เชลเตอร์ผู้ให้บริการสร้างบังเกอร์หลบภัยและเซฟรูม ซึ่งสามารถป้องกันแรงระเบิดและมีความคงทนแข็งแรงฝ่าร้อนฝ่าหนาวได้นานถึง 200 ปีกล่าว
         
เช่นเดียวกับเพรพเพอร์คู่สามีภรรยาวัยเกษียณในลอสแองเจลิส ซึ่งเมื่อทางช่องสารคดีชื่อดังอย่างเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ได้ไปติดตามถ่ายทำชีวิตการเตรียมความพร้อมก็เป็นอันต้องอึ้ง เมื่อพบว่าทั้งคู่ทยอยกักตุนอาหารและเครื่องดื่มสุมรวมกันจนมีน้ำหนักรวมกันมากกว่า5 หมื่นปอนด์ไว้ภายในบ้านนิรภัยที่สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนตู้คอนเทนเนอร์เหล็ก เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไม่ช้านี้  หรือแม้แต่ ทิม เรสสตัน และครอบครัวชาวแอริโซนาที่ซักซ้อมวิ่งหนีเข้าบังเกอร์ใต้ดินทุกคืนก่อนนอน เพื่อเตรียมพร้อมรับหากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจมีการใช้อาวุธพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกรวนทั้งหมดก็เป็นได้
         
"การซ้อมหนีภัย ทำให้ผมสบายใจและนอนหลับสนิทแบบไร้กังวล คนส่วนมากเสียเงินหลายแสนเพื่อซื้อประกันชีวิตแต่สำหรับผม สิ่งนี้แหละคือหลักประกันชีวิตของผม" ทิมกล่าวพร้อมชี้บังเกอร์นิรภัยใต้ดินที่ตกแต่งเสร็จเต็มไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายด้วยความภาคภูมิใจ
         
ขณะเดียวกัน ชาวสหรัฐในรัฐยูทาห์และนอร์ทแคโรไลนา ถึงขั้นจัดตั้ง "เครือข่ายผู้เตรียมความพร้อมแห่งสหรัฐ" ซึ่งเป็นการรวมตัวของเพรพเพอร์ที่มีแนวคิดและหลักปฏิบัติเดียวกันคือ ทุกคนจะเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่เพียงเฉพาะเพื่อเอาตัวรอดวันโลกแตกอย่างเพรพเพอร์ทั่วๆ ไป แต่ยังหมายรวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามนิวเคลียร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาวะอดอยากหรือแม้แต่ภาวะเศรษฐกิจโลกล่มสลายทีเดียว
        
แถมวิธีการเตรียมตัวนี้ ก็เป็นการยึดหลักแนวทางพึ่งพาตัวเอง โดยนอกจากจะมีการรวมตัวกันจัดเตรียมและตุนของใช้ที่จำเป็นกันอย่างจริงจังภายในโกดังเก็บของในเมืองแซนดีในรัฐยูทาห์แล้ว ทั้งหมดยังพร้อมใจกันทำการเกษตรด้วยตัวเอง ตั้งแต่การปลูกพืชผลชนิดต่างๆ ไปจนถึงการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภคทั้งหมู วัว และไก่อีกด้วย
         
เซอร์ไวเวอร์ เจนหรือเจนผู้รอดชีวิตกูรูด้านเพรพเพอร์ตัวแม่ ที่เริ่มต้นเขียนบล็อกส่วนตัวให้ข้อมูลแนะแนววิธีการเป็นเพรพเพอร์เบื้องต้นตั้งแต่เมื่อปี2008 จนเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น ว่า เพรพเพอร์ไม่ใช่กลุ่มคนที่ตื่นตระหนกกับเหตุโลกแตกแต่เป็นกลุ่มคนที่มีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลชีวิตตัวเองหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นต่างหาก

 

'เพรพเพอร์'ชีวิตต้องพร้อมเมื่อโลกไม่อวสาน


"เพรพเพอร์ คือคนที่มีความรับผิดชอบที่จะดูแลชีวิตตัวเอง และถ้าการดูแลชีวิตตัวเองที่ว่านี้หมายถึงการเตรียมอาหาร น้ำดื่มและที่หลบภัยเพื่อปกป้องตัวเองจากเหตุการณ์ร้ายๆละก็ ฉันก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องแปลกตรงไหน"เซอร์ไวเวอร์ เจน กล่าว พร้อมยอมรับว่าช่วงหลังมานี้ ผู้คนส่วนมากแห่เข้ามาสอบถามวิธีเอาตัวรอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ มากกว่าการขอคำแนะนำการใช้ชีวิตหลังวันสิ้นโลกเสียอีก
         
"คำถามส่วนใหญ่มาจากกลุ่มคนที่อยากรู้ว่าควรเตรียมพร้อมอย่างไรดี หากเกิดเหตุภัยพิบัติรุนแรง อย่างเช่น ครั้งที่เฮอริเคนแซนดีถล่มทางตะวันออกของสหรัฐ จนทำให้ทั้งนิวยอร์กตกเป็นอัมพาตและอยู่ในความมืดกันข้ามคืนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน" กูรูเพรพเพอร์ กล่าว
         
"เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากโลกถึงจุดจบในคราวเดียวแบบคำนายว่าจริงๆ เราคงไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเลย เพราะเราทุกคนคงตายไปพร้อมกันทั้งหมด" เจนผู้รอดชีวิตกล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง