
'เพรพเพอร์'ชีวิตต้องพร้อมเมื่อโลกไม่อวสาน
มนุษยชาติอาจต้องเตรียมนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกกันอีกรอบ เพราะพบว่ายังคงมีคำพิพากษาอวสานโลกอีกหลายฉบับ
มนุษยชาติอาจต้องเตรียมนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกกันอีกรอบ เพราะพบว่ายังคงมีคำพิพากษาอวสานโลกอีกหลายฉบับ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เล่นเอาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปตามๆ กันสำหรับคำทำนายตามปฏิทินโบราณของชนเผ่ามายา ที่บันทึกวันสุดท้ายไว้ในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 หรือ 21/12/12 จนจุดกระแสหวาดผวาไปทั่วโลก ว่าอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ นานา ตั้งแต่ดาวเคราะห์ดวงใหญ่พุ่งชนโลก พายุสุริยะ จนถึงหลุมดำขนาดยักษ์ดูดโลก อันเป็นจุดจบของเหล่ามวลมนุษยชาติ
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าในขณะที่ความกลัวยังไม่ทันหาย มนุษยชาติอาจต้องเตรียมนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกกันอีกแล้ว เพราะหากลองพลิกหน้าประวัติศาสตร์แห่งการทำนายและผลการศึกษาทางหลักวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา ก็จะค้นพบว่ายังคงมีคำพิพากษาอวสานโลกอีกหลายฉบับหลากทฤษฎี ที่เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยไปกว่าคำทำนายของชนเผ่ามายาเลยทีเดียว
ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ทฤษฎีโลกดับจากปรากฏการณ์พลังงานดวงอาทิตย์ระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นราวเดือน พ.ค. 2013 ก่อให้เกิดรังสีโซลาร์แฟลร์ส่งมายังโลก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับทั่วโลกระบบสื่อสารล้มเหลวการคมนาคมเป็นอัมพาต จนเกิดกลียุคครั้งใหญ่ และอาจเลวร้ายจนถึงขั้นส่งผลให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้เปลือกโลกเคลื่อนตัวเป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงและคลื่นยักษ์สึนามิถล่มตามมา
ตลอดจนถึงข่าวลือวันพิพากษาโลกในปี2023 หรืออีก 11 ปีข้างหน้านี้ จากคำทำนายของ เอียน เกอร์นีย์นักวิชาการพระคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งระบุในปีนั้น ชะตาชีวิตของมวลมนุษยชาติจะถูกตัดสินจากการกระทำ หรือแม้แต่ข่าวลือวันโลกาวินาศในวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. 2026 ซึ่งเป็นวันที่ประชากรจะล้นโลก และจะมีผู้คนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตตามการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งตีพิมพ์ไว้ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เมื่อปี1960
จริงอยู่ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่คำทำนายวันโลกาวินาศเหล่านี้ อาจเป็นเพียงอีกทฤษฎีหนึ่งที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้คนชั่วครู่ชั่วคราว ก่อนจะหมดความน่าสนใจไปตามกาลเวลา ไม่ต่างอะไรกับคำทำนายวันสิ้นโลกก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อปี1910 กับกระแสดาวหางฮัลเลย์ ที่โคจรผ่านโลกและคร่าชีวิตมนุษย์ด้วยสารพิษมรณะ
คำทำนายอวสานโลกอดีต-อนาคต
|
วันสิ้นโลก |
ผู้ค้นพบ/ทำนาย |
เหตุการณ์ |
|
1. 1910 |
เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ |
-ดาวหางฮัลเลย์โคจรผ่านโลกและคร่าชีวิตมนุษย์ด้วยสารพิษมรณะ |
|
2. 31 ธ.ค. 1999 |
โปรแกรมเมอร์ |
-ปัญหา Y2K ระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกรวน เพราะไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของศตวรรษได้ |
|
3. 21 พ.ค. 2011 |
ฮาโรลด์ แคมปิง นักเทศน์ชาวสหรัฐ |
-วันพิพากษาโลก เกิดแผ่นดินไหวและหายนะไปทั่วโลก |
|
4. 10 ก.ย. 2010 |
องค์การศึกษาวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป "เซิร์น" |
-ทดลองสร้างจักรวาลในหลอดแก้วด้วยเครื่องเร่งอนุภาคขนาด ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้เกิดหลุมดำกลืนโลก |
|
5. 21 ธ.ค. 2012 |
ชนเผ่ามายัน |
-วันสุดท้ายของโลกตามปฏิทินโบราณ |
|
6. 21 ธ.ค. 2012 |
นอสตราดามุส แพทย์และนักพยากรณ์ชาวฝรั่งเศส |
-โลกเผชิญภัยธรรมชาติร้ายแรงและเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 |
|
7. ปี 2023 |
เอียน เกอร์นีย์ นักวิชาการพระคัมภีร์ไบเบิล |
- วันพิพากษาโลก |
|
8. 13 พ.ย. 2026 |
ตีพิมพ์ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ในปี 1960 |
-ประชากรล้นโลก |
หรือแม้แต่วิกฤต Y2K ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าปี 2000 ที่โลกจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ ภายหลังระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเกิดความปั่นป่วนเพราะไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของศตวรรษได้
แต่ทว่า ด้วยกระแสวันโลกดับที่มีเข้ามาปลุกให้หวาดผวากันอย่างต่อเนื่องนี้เองได้กลายเป็นจุดกำเนิดของกระแส "เพรพเพอร์" หรือกลุ่มคนที่เตรียมความพร้อมหาทางหนีทีไล่ เพื่อรับมือวันสิ้นโลกกันอย่างจริงจังและสุดขั้ว จนกลายเป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า กระแสเพรพเพอร์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม คือไม่ใช่เป็นการเตรียมความพร้อมโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเอาชีวิตรอดภายหลังโลกถึงกาลอวสานในคราวเดียวแต่เพียงเท่านั้นแล้ว แต่จะออกแนวเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นขณะที่โลกยังคงหมุนต่อไปเสียมากกว่า
"ลูกค้าที่เข้ามาติดต่อให้ผมสร้างบังเกอร์หลบภัยให้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องโลกแตกแต่พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐต้องล่มในอีก 10 ปีข้างหน้านี้ และต้องเกิดความวุ่นวายอย่างหนักแน่ๆ และถึงเวลานั้นบรรดาผู้ก่อการร้ายก็คงจะเริ่มใช้อาวุธชีวภาพทำร้ายคนบริสุทธิ์แล้ว จึงคงไม่เสียหลาย หากเตรียมความพร้อมเอาไว้ก่อน" รอน ฮับบาร์ดเจ้าของบริษัท แอดลาสเซอร์ไวเวอร์ เชลเตอร์ผู้ให้บริการสร้างบังเกอร์หลบภัยและเซฟรูม ซึ่งสามารถป้องกันแรงระเบิดและมีความคงทนแข็งแรงฝ่าร้อนฝ่าหนาวได้นานถึง 200 ปีกล่าว
เช่นเดียวกับเพรพเพอร์คู่สามีภรรยาวัยเกษียณในลอสแองเจลิส ซึ่งเมื่อทางช่องสารคดีชื่อดังอย่างเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ได้ไปติดตามถ่ายทำชีวิตการเตรียมความพร้อมก็เป็นอันต้องอึ้ง เมื่อพบว่าทั้งคู่ทยอยกักตุนอาหารและเครื่องดื่มสุมรวมกันจนมีน้ำหนักรวมกันมากกว่า5 หมื่นปอนด์ไว้ภายในบ้านนิรภัยที่สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนตู้คอนเทนเนอร์เหล็ก เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไม่ช้านี้ หรือแม้แต่ ทิม เรสสตัน และครอบครัวชาวแอริโซนาที่ซักซ้อมวิ่งหนีเข้าบังเกอร์ใต้ดินทุกคืนก่อนนอน เพื่อเตรียมพร้อมรับหากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจมีการใช้อาวุธพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกรวนทั้งหมดก็เป็นได้
"การซ้อมหนีภัย ทำให้ผมสบายใจและนอนหลับสนิทแบบไร้กังวล คนส่วนมากเสียเงินหลายแสนเพื่อซื้อประกันชีวิตแต่สำหรับผม สิ่งนี้แหละคือหลักประกันชีวิตของผม" ทิมกล่าวพร้อมชี้บังเกอร์นิรภัยใต้ดินที่ตกแต่งเสร็จเต็มไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายด้วยความภาคภูมิใจ
ขณะเดียวกัน ชาวสหรัฐในรัฐยูทาห์และนอร์ทแคโรไลนา ถึงขั้นจัดตั้ง "เครือข่ายผู้เตรียมความพร้อมแห่งสหรัฐ" ซึ่งเป็นการรวมตัวของเพรพเพอร์ที่มีแนวคิดและหลักปฏิบัติเดียวกันคือ ทุกคนจะเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่เพียงเฉพาะเพื่อเอาตัวรอดวันโลกแตกอย่างเพรพเพอร์ทั่วๆ ไป แต่ยังหมายรวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามนิวเคลียร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาวะอดอยากหรือแม้แต่ภาวะเศรษฐกิจโลกล่มสลายทีเดียว
แถมวิธีการเตรียมตัวนี้ ก็เป็นการยึดหลักแนวทางพึ่งพาตัวเอง โดยนอกจากจะมีการรวมตัวกันจัดเตรียมและตุนของใช้ที่จำเป็นกันอย่างจริงจังภายในโกดังเก็บของในเมืองแซนดีในรัฐยูทาห์แล้ว ทั้งหมดยังพร้อมใจกันทำการเกษตรด้วยตัวเอง ตั้งแต่การปลูกพืชผลชนิดต่างๆ ไปจนถึงการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภคทั้งหมู วัว และไก่อีกด้วย
เซอร์ไวเวอร์ เจนหรือเจนผู้รอดชีวิตกูรูด้านเพรพเพอร์ตัวแม่ ที่เริ่มต้นเขียนบล็อกส่วนตัวให้ข้อมูลแนะแนววิธีการเป็นเพรพเพอร์เบื้องต้นตั้งแต่เมื่อปี2008 จนเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น ว่า เพรพเพอร์ไม่ใช่กลุ่มคนที่ตื่นตระหนกกับเหตุโลกแตกแต่เป็นกลุ่มคนที่มีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลชีวิตตัวเองหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นต่างหาก
"เพรพเพอร์ คือคนที่มีความรับผิดชอบที่จะดูแลชีวิตตัวเอง และถ้าการดูแลชีวิตตัวเองที่ว่านี้หมายถึงการเตรียมอาหาร น้ำดื่มและที่หลบภัยเพื่อปกป้องตัวเองจากเหตุการณ์ร้ายๆละก็ ฉันก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องแปลกตรงไหน"เซอร์ไวเวอร์ เจน กล่าว พร้อมยอมรับว่าช่วงหลังมานี้ ผู้คนส่วนมากแห่เข้ามาสอบถามวิธีเอาตัวรอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ มากกว่าการขอคำแนะนำการใช้ชีวิตหลังวันสิ้นโลกเสียอีก
"คำถามส่วนใหญ่มาจากกลุ่มคนที่อยากรู้ว่าควรเตรียมพร้อมอย่างไรดี หากเกิดเหตุภัยพิบัติรุนแรง อย่างเช่น ครั้งที่เฮอริเคนแซนดีถล่มทางตะวันออกของสหรัฐ จนทำให้ทั้งนิวยอร์กตกเป็นอัมพาตและอยู่ในความมืดกันข้ามคืนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน" กูรูเพรพเพอร์ กล่าว
"เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากโลกถึงจุดจบในคราวเดียวแบบคำนายว่าจริงๆ เราคงไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเลย เพราะเราทุกคนคงตายไปพร้อมกันทั้งหมด" เจนผู้รอดชีวิตกล่าวทิ้งท้าย







