posttoday
นิคมอุตสาหกรรมเกาะกงกัมพูชาเปิดเกมรุก "เออีซี"

นิคมอุตสาหกรรมเกาะกงกัมพูชาเปิดเกมรุก "เออีซี"

08 ธันวาคม 2555

อีก2 ปี 10 ประเทศอาเซียนจะเข้าสู่การรวมตลาดเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

โดย...จักรกฤษณ์ แววคล้ายหงษ์

อีก2 ปี 10 ประเทศอาเซียนจะเข้าสู่การรวมตลาดเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี พื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศจะกลายเป็นประตูที่เปิดรับการหลั่งไหลและข้ามผ่านไปมา ทั้งแรงงาน ทุน และสินค้า ประเทศไทยเองก็มีแผนที่จะเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในพื้นที่ต่างๆ ทุกภาค แต่โครงการเหล่านี้ก็ยังไม่เป็นรูปธรรม แต่สำหรับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา กลับดำเนินการไปอย่างคืบหน้ามาก ล่าสุดเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกงตรงข้าม อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมจะเปิดดำเนินการแล้วในอีกไม่กี่วันนี้ รองรับกลุ่มทุนจากญี่ปุ่น เกาหลี และไทย

ธิติเดช ทองภัทร์ รองประธานบริหาร บริษัท เกาะกงอินเตอร์เนชั่นแนล รีสอร์ท คลับ เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 17 ธ.ค.นี้ นายกรัฐมนตรี ฮุนเซน ของกัมพูชาและคณะ จะมาเป็นประธานในการเปิดป้าย “นิคมอุตสาหกรรมเกาะกง” ซึ่งมี พล.อ.เตียบัณห์ รัฐมนตรีกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และบุคคลสำคัญในรัฐบาลกัมพูชา รวมทั้ง พัด สุภาภา หรือ ลียงพัด ประธานบริษัท แอลวายพี กรุ๊ป (LYP GROUP) วุฒิสมาชิกจังหวัดเกาะกง และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ฮุนเซน ในฐานะเจ้าของโครงการ พร้อมทั้ง บุญเลิศ พราหมณ์เกสร ผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง ร่วมต้อนรับ

“นิคมอุตสาหกรรมเกาะกงเริ่มดำเนินการก่อสร้างมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ในระยะแรกยังไม่มีนักลงทุนต่างชาติมาลงทุน เนื่องจากนิคมฯ ยังไม่พร้อมในเรื่องสาธารณูปโภค แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ เช่น กลุ่มธุรกิจยาซากิ ที่ทำธุรกิจสายไฟฟ้า กลุ่มธุรกิจนิชิกาวา จากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มธุรกิจฮุนได ที่ผลิตอะไหล่เครื่องยนต์จากเกาหลีใต้ กลุ่มธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา รองเท้ากีฬาไนกี้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนจากประเทศอื่นๆ มาร่วมลงทุนอีก รวมทั้งจากประเทศไทยด้วย” ธิติเดช ฉายภาพที่มาของนิคมฯ แห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าความสำเร็จของโครงการนี้เป็นฝีมือของ พัด สุภาภา ผู้บริหารใหญ่บริษัทของเขานั่นเอง

นิคมอุตสาหกรรมเกาะกงกัมพูชาเปิดเกมรุก "เออีซี"

 

ธิติเดช มองว่า หากนิคมฯ แห่งนี้เดินเครื่องอย่างเป็นทางการและเต็มกำลังการผลิต จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเกาะกง และจะสามารถจ้างแรงงานในท้องถิ่นได้ 3,000-4,000 คน แต่ความท้าทายที่จะต้องเผชิญก็คือ แรงงานในท้องถิ่นของจังหวัดเกาะกงมีน้อย จะเห็นได้จากประชากรของจังหวัดเกาะกงมีเพียง 2 แสนคน ดังนั้นการแก้ไขในเรื่องนี้จึงอาจจะต้องนำแรงงานจากต่างถิ่นเข้ามา อาจต่างไปจากปอยเปตที่มีประชากรมาก จึงทำให้แรงงานท้องถิ่นได้ประโยชน์

“การเปิดนิคมอุตสาหกรรมเกาะกงถือเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชาซึ่งกำลังเติบโต นโยบายของรัฐบาลกัมพูชาต้องการเห็นจังหวัดเกาะกงเป็นประตูสู่การลงทุนทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และการอุตสาหกรรมของประเทศกัมพูชาที่กำลังเติบโตขึ้นทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ”

ในเมื่อพื้นที่ฝั่งตรงข้ามกำลังพัฒนา สำหรับฝั่งไทย ศรชัย สร้อยหงส์พราย นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด มองว่า สิ่งที่จะเห็นในเร็วๆ นี้ก็คือ วัตถุดิบในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาด้าน จ.ตราด ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างกัน กัมพูชาจะได้เม็ดเงินจากการลงทุน แรงงานท้องถิ่นในเกาะกงมีรายได้จากการมีงานทำ เมื่อมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกก็จะเกิดผลดีต่อการพัฒนาของทั้งสองจังหวัด และสิ่งที่จะเห็นในเร็วๆ นี้ก็คือ ความร่วมมือในการผลิตสินค้า การเคลื่อนย้ายสินค้า การผลิตสินค้าที่มีโครงสร้างภาษีที่เอื้อกันระหว่างสองประเทศทั้งไทยและกัมพูชา

“สิ่งที่จะกระทบบ้างก็คงจะเป็นการนำสินค้าเข้ามาและสินค้าส่งออก จะเห็นว่าเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาไทยนำสินค้าเข้ามาจากกัมพูชาผ่านด่านศุลกากรคลองใหญ่ มีมูลค่า 80-90 ล้านบาทต่อปี แต่ในปี 2555 มียอดเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 200 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2 เท่าตัว ส่วนสินค้าส่งเข้าไปในกัมพูชาปี 2554 มีมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 20-25% การขยายตัวของสินค้าระหว่างสองประทศจะต้องเอื้อกัน ต้องขยายตัวไปพร้อมๆ กัน ทวีความร่วมมือและการค้า การลงทุนที่ต้องเคลื่อนย้ายไปด้วยกัน ซึ่งมันมีทั้งสิ่งที่ได้และสิ่งที่เสียตามมา ซึ่ง จ.ตราด ที่เป็นเมืองชายแดนจะต้องปรับตัว รับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น”

นิคมอุตสาหกรรมเกาะกงกัมพูชาเปิดเกมรุก "เออีซี"

การก้าวเข้าสู้เออีซีในปี 2558 นั้น นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ มองว่า การจัดเก็บรายได้ของศุลกากรจะลดลงทั้งสินค้าขาเข้าและสินค้าขาออก เนื่องจากโครงสร้างภาษีเปลี่ยนไป รวมทั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานนอกระบบจะมีมากขึ้น หรืออาจจะเป็นการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีในอนาคต ซึ่งทุกคนที่เป็นแรงงานจะต้องเข้าระบบ อีกทั้งประเทศไทยจะปรับค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท ยิ่งจะทำให้มีการเคลื่อนย้าย ซึ่งจะเกิดการแข่งขันกันมากขึ้น

“ด้วยเหตุนี้ นักธุรกิจ จ.ตราด จะต้องปรับตัว ปรับธุรกิจให้สอดรับกับภาวะความเติบโตที่จะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีที่จะถึงด้วย ขณะที่ด่านศุลกากรได้เร่งดำเนินการก่อสร้างจุดตรวจหน้าด่านเพื่อขยายไหล่ทางให้มีขนาดกว้างขึ้น สร้างลานสินค้าคอนเทนเนอร์ รวมทั้งการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สินค้าและโกดังสินค้าคอนเทนเนอร์ เพื่อรองรับการเติบโตที่จะตามมา”

แต่แม้ว่าจะมองเห็นถึงโอกาสที่ต้องเตรียมพร้อมรองรับ แต่การดำเนินการฝั่งไทยเองกลับมีปัญหาติดขัด

“ปัญหาการก่อสร้างท่าเรืออเนกประสงค์งบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท ที่จะมีท่าเรือเพื่อการส่งออกสินค้าด้วยนั้น ยังคงไม่สามารถก่อสร้างได้ เนื่องจากมีปัญหาต้องก่อสร้างในพื้นที่ป่าชายเลนที่คณะรัฐมนตรียังไม่อนุญาตให้มีการก่อสร้าง ทำให้การก่อสร้างต้องยุติไปโดยปริยาย ซึ่งหากล่าช้าอาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใน อ.คลองใหญ่ ได้ เนื่องจากขณะนี้การดำเนินการทุกอย่างได้ยุติลงทั้งหมด”

เพื่อนบ้านเร่งเดินหน้า ประเทศไทยพร้อมหรือยัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท