
ผลศึกษาชี้ผู้นำหญิงไม่ช่วยลดคอร์รัปชัน
รอยเตอร์สเผยผลศึกษาระบุมีผู้หญิงเป็นผู้นำ อาจไม่ช่วยลดคอร์รัปชัน แต่สะท้อนสังคมมีประชาธิปไตยมากขึ้น
รอยเตอร์สเผยผลศึกษาระบุมีผู้หญิงเป็นผู้นำ อาจไม่ช่วยลดคอร์รัปชัน แต่สะท้อนสังคมมีประชาธิปไตยมากขึ้น
รอยเตอร์ส เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุด อ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบทบาทสตรีในปัจจุบัน ได้ข้อสรุปว่า ความเชื่อที่ว่าการมีผู้นำหญิง จะช่วยลดปัญหาคอร์รัปชันในสังคมได้อาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป แต่ทว่าอาจสะท้อนให้เห็นว่า สังคมมีประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งหมายถึงปัญหาคอร์รัปชันที่มีแนวโน้มลดลงในสังคม
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาระบุอย่างชัดเจนว่า สาเหตุที่ส่งผลให้ปัญหาคอร์รัปชันในสังคมมีแนวโน้มลดลง เมื่อผู้หญิงขึ้นเป็นผู้นำ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่ผู้หญิงมีคุณธรรมหรือมีแนวคิดคดโกงน้อยกว่าผู้ชาย
แต่ผลการศึกษาพบว่า สังคมที่ให้การยอมรับผู้หญิงให้ดำรงตำแหน่งระดับสูง สามารถสะท้อนให้เห็นถึง รูปแบบของสังคมที่มีความเปิดกว้างและมีระบบการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า และสังคมเช่นนี้โดยทั่วไปแล้ว มักจะไม่นิ่งเฉยต่อการกระทำผิดศีลธรรม ซึ่งหมายรวมถึงการใช้อำนาจในทางที่ผิดและการโกงเงินภาษีประชาชน
ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างความเป็นไปได้ของปัญหาคอร์รัปชันที่ลดลง หากผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น จากผลการศึกษาการลงพื้นที่ของซาบรินา คาริม นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยอีมอรี ซึ่งทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงลิมาของประเทศเปรู พบว่า ประชาชนต่างวิตกกังวลต่อปัญหาการติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในสังคม ซึ่งมีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2555 มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีการจ้างงานตำรวจจราจรหญิงทั้งหมด 2,500 คนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน โดยกว่า 95% ของผู้ตอบสำรวจมองว่า การเข้ามามีบทบาทที่มากขึ้นของผู้หญิง สามารถช่วยลดปัญหาการติดสินบนเจ้าหน้าที่ได้ โดยที่ 67% เชื่อว่าผู้หญิงมีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตคอรัปชันน้อยกว่าอีกด้วย







