posttoday
ฮ่องกงเล็งกระชับความร่วมมือไทย ปูทางเชื่อมอาเซียน-เอเชีย

ฮ่องกงเล็งกระชับความร่วมมือไทย ปูทางเชื่อมอาเซียน-เอเชีย

02 ธันวาคม 2555

ฮ่องกงเล็งกระชับความร่วมมือกับไทยในการลงทุนให้มากขึ้น พร้อมชมไทยเป็นประตูสู่อาเซียน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ฮ่องกงเล็งกระชับความร่วมมือกับไทยในการลงทุนให้มากขึ้น พร้อมชมไทยเป็นประตูสู่อาเซียน เชื่อความร่วมมือของ 2 ชาติ จะดันการค้าของภูมิภาคเอเชียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ชาร์ลส์ อึม รองอธิบดีแผนกส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่งฮ่องกง (InvestHK) ให้สัมภาษณ์พิเศษในระหว่างเดินทางมาร่วมงานสัมมนาทางธุรกิจในกรุงเทพฯ ว่า ต้องการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจไทยกับฮ่องกง โดยหวังให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในเขตปกครองพิเศษดังกล่าว ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้ไทยสามารถทำธุรกิจและเติบโตสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพของฮ่องกงในการเป็นประตูสู่ประเทศจีน

พร้อมกันนี้ ชาร์ลส์ ยังระบุอีกว่า ไทยกับฮ่องกงมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยขณะที่ฮ่องกงเป็นประตูไปสู่จีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนตลาดทั่วโลก ไทยก็ถือเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่มีความสำคัญมากเช่นกัน

“พูดในอีกแง่หนึ่ง เราเชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นประตูสู่อาเซียน เพราะไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านรอบข้าง มีการบริหารจัดการในระดับดี และมีพื้นฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้บรรดาบริษัทไทยมีความสามารถทางการแข่งขัน และสามารถขยายความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้” รองอธิบดีแผนกส่งเสริมการลงทุนของฮ่องกง กล่าว

นอกจากนี้ ชาร์ลส์ ยังได้อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า การที่เศรษฐกิจของไทยมีการเติบโตที่ถือได้ว่าอยู่ในระดับดี ได้กลายเป็นทางเลือกและแรงผลักดันให้บรรดาผู้ประกอบการของไทยก้าวออกไปหาโอกาสจากตลาดภายนอกภูมิภาคอาเซียนได้ง่ายขึ้น ยิ่งเมื่อบวกกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่างจีน ก็ยิ่งช่วยให้โอกาสการลงทุนทำธุรกิจภายในภูมิภาคเปิดกว้างมากขึ้น

“เมื่อพิจารณาสถานการณ์ของตลาดโดยรวมในปัจจุบัน ผมคิดว่าขณะนี้เป็นเวลาที่ค่อนข้างเหมาะเจาะสำหรับธุรกิจของไทยที่จะขยับขยายเข้าไปเจาะตลาดในจีนหรือภูมิภาคเอเชียทางเหนือ” ชาร์ลส์ ระบุชัดเจน ก่อนแสดงความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า การที่ไทยกับฮ่องกงร่วมมือกันจึงไม่ต่างจากการเชื่อมประตู 2 บานเข้าหากัน ซึ่งจะช่วยให้นักธุรกิจไม่เพียงแต่ไทยกับฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงนักธุรกิจของทั้งอาเซียนและเอเชียเชื่อมโยงเข้าหากัน ทำให้ยกระดับการค้าและการลงทุนโดยรวมของภูมิภาคได้ในที่สุด

ด้าน ฟงงาย ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและการค้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่งฮ่องกง กล่าวเสริมว่า สถานการณ์โดยรวมทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียที่มีแรงกระตุ้นให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่หวือหวามากนักเหมือนในช่วงหลายปีให้หลังที่ผ่านมา ทำให้ทั้งไทยและฮ่องกงต่างก็พร้อมรองรับการลงทุนจากกันและกันอย่างเต็มที่ เพียงแต่นักธุรกิจไทยต้องก้าวออกมานอกประเทศเท่านั้น

ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและการค้าประจำภูมิภาคอาเซียน แจกแจงว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ก็คือการลงทุนทำการตลาดให้สินค้าและบริการของไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างหรือติดตลาดมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้การมาลงทุนในฮ่องกงน่าจะมีส่วนช่วยนักธุรกิจในไทยได้เป็นอย่างดี

“จุดเด่นของเราอยู่ที่ภาคบริการ โดยกว่า 50% ของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) มาจากการให้บริการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการให้คำปรึกษา การเงิน และกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคและของโลก” ฟงงาย กล่าวก่อนชี้แจงประโยชน์ของการเลือกลงทุนในฮ่องกงเพิ่มเติมว่า ฮ่องกงเป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงประเทศอื่นๆ ภายในภูมิภาคและของโลกให้เข้าถึงจีน ตลาดส่งออกขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลก และอันดับ 2 ในแง่ของตลาดนำเข้า

“เราเป็นเหมือนสะพาน 2 ด้านที่เชื่อมโยงจีนกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเราวางเป้าหมายที่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือนานาประเทศให้เข้าไปลงทุนในตลาดใหญ่จีน เช่นเดียวกันกับการนำจีนไปลงทุนในประเทศต่างๆ” ฟงงาย สรุป

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่งฮ่องกง หรืออินเวสต์ เอชเค ระบุว่า เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่และบริษัทต่างชาติเข้ามาเปิดสำนักงานใหญ่ (เฮดควอเตอร์) หรือสำนักงานสาขามากขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยสูงถึง 7,250 บริษัท หรือเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับปี 2554 โดยส่วนใหญ่เข้ามาใช้ฮ่องกงเป็นฐานปฏิบัติงานเพื่อบริหารจัดการธุรกิจองค์การของตนเองในภูมิภาค

เหตุผลสำคัญที่ทำให้บรรดาบริษัทต่างๆ ทั่วโลกยังคงเลือกที่จะเข้ามาใช้ฮ่องกงเป็นฐานในการขยับขยายลงทุนเพิ่มเติมในภูมิภาค เป็นเพราะระบบภาษีที่เข้าใจง่ายและอยู่ในอัตราต่ำ การปล่อยให้ข้อมูลข่าวสารเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ สภาพทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเชื่อมโยงติดต่อ มีท่าเรือที่ปราศจากการเก็บอัตราภาษี และมีระบบกฎหมายและกระบวนการศาลที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ

จากปัจจัย 5 ประการข้างต้น ส่งผลให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า ฮ่องกงค่อนข้างเหมาะที่จะใช้เป็นฐานในการขยับขยายเข้าไปในตลาดส่วนอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน มหาอำนาจอันดับ 2 ของโลก ที่ยังคงสามารถรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจของตนเองได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับประเทศหลักๆ ทางเศรษฐกิจส่วนอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ทั้ง ชาร์ลส์ และฟงงาย ยอมรับว่าที่ผ่านมาการลงทุนจากไทยไปยังฮ่องกงยังมีไม่มากตามเป้าที่วางไว้ และส่วนใหญ่ที่เข้าไปจะเป็นลักษณะร่วมทุนมากกว่า ซึ่งน่าเสียดายว่าในมุมมองของทั้งสอง นักธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กมีศักยภาพดีเพียงพอที่จะลุยเข้าไปโดยตรงได้

“เอสเอ็มอีของคุณมีความสร้างสรรค์ มีไอเดียและความคิดริเริ่มที่ดีไม่เหมือนใคร ทั้งด้วยการดีไซน์และอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นโอกาสให้นักธุรกิจไทยก้าวไปข้างหน้า ด้วยการแนะนำตราสินค้าหรือตัวผลิตภัณฑ์เข้าไปแข่งขันในตลาดที่ใหญ่กว่าอย่างจีน โดยใช้ฮ่องกงเป็นจุดเชื่อมโยง” ชาร์ลส์ กล่าว

ขณะที่ ฟงงาย เสริมว่า ด้วยประสบการณ์ด้านการให้บริการทางธุรกิจที่มีมาเกือบ 40 ปีของผู้เชี่ยวชาญในฮ่องกง การเริ่มต้นที่เกาะเล็กๆ แต่พลังเหลือเฟือเหล่านี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าถูกกลืนหายหรือลอกเลียนแบบจนกลายเป็นข้อเสียเปรียบได้แน่นอน

ทั้งนี้ เมื่อเอ่ยถึงความท้าทายสำหรับความร่วมมือร่วมลงทุนในครั้งนี้ ชาร์ลส์ ระบุว่า คือความสามารถในการก้าวทันตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยสามารถปรับตัวและนำการเปลี่ยนแปลงนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น กรณีของเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารอย่างอินเทอร์เน็ต ขณะที่ ฟงงาย เห็นว่าเป็นเรื่องของความเชื่อมโยงภายในภูมิภาค ทั้งในแง่ของรูปธรรม เช่น ถนน ทางรถไฟ และนามธรรม เช่น ระบบการให้บริการต่างๆ

&<2288;

&<2288;


 

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย