
สาวอ้วนมะกันบินกลับไม่ได้สิ้นใจต่างแดน
มีเหตุให้ต้องกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าในบัดดลสำหรับคู่รักเชื้อสายฮังการี สัญชาติอเมริกา ซึ่งโดนสายการบินปฏิเสธไม่ยอมให้ฝ่ายภรรยาขึ้นเครื่องเพราะอ้วนเกินพิกัดน้ำหนักเครื่อง จนไม่สามารถเดินทางกลับแดนลุงแซมได้ทันกำหนดรักษาและต้องจบชีวิตลงในที่สุด
มีเหตุให้ต้องกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าในบัดดลสำหรับคู่รักเชื้อสายฮังการี สัญชาติอเมริกา ซึ่งโดนสายการบินปฏิเสธไม่ยอมให้ฝ่ายภรรยาขึ้นเครื่องเพราะอ้วนเกินพิกัดน้ำหนักเครื่อง จนไม่สามารถเดินทางกลับแดนลุงแซมได้ทันกำหนดรักษาและต้องจบชีวิตลงในที่สุด
ทั้งนี้ เหตุไม่ควรเกิดเริ่มต้นจากการที่ฝ่ายสามี มิสเตอร์ซอลโทสซ ์ปรารถนาจะพา วิลมา ซอลโทสซ์ ภรรยาสุดที่รักกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ฮังการีเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หลังจากที่ภรรยาต้องเผชิญโรคไตและเบาหวานรุมเร้า จนเจอผลข้างเคียงของยา ที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาถึง 425 ปอนด์ หรือราว 191 กิโลกรัม
ทว่า แม้ขาออกนอกประเทศจะผ่านไปได้อย่างสบายไร้อุปสรรค แต่เที่ยวบินขากลับ กลับไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ก่อนซื้อทัวร์ มิสเตอร์ซอลโทสซ์ตรวจเช็กกับทางเอเยนซีจนแน่ใจแล้วว่า การเดินทางโดยสารครั้งนี้จะไม่มีปัญหากระทบกำหนดการกลับเพื่อพบแพทย์ตรวจสุขภาพ
เพราะบรรดาสายการบินใหญ่ๆ ไล่เรียงตั้งแต่เคเอลเอ็ม เดลตา และลุฟต์ฮันซาต่างปฏิเสธหรือไม่พยายามช่วยเหลือให้มิสซิสซอลโทสซ์สามารถบินกลับบ้านเกิดได้โดยสวัสดิภาพ โดยเหตุผลก็มีตั้งแต่เก้าอี้และสายรัดเข็มขัดไม่พอดีตัว ไปจนกระทั่งถึงการที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายมิสซิสซอลโทสซ์จากรถเข็นเพื่อขึ้นเครื่องได้
รายงานระบุว่า สายการบินแรกอย่างเคแอลเอ็มร้องขอให้ทั้งคู่ลงจากเครื่องบินเนื่องจากมิสซิสซอลโทสซ์มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะนั่งลงบนเบาะได้ โดยหลังจากที่ต้องแกร่วอยู่ในสนามบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็บอกให้ทั่งคู่ขับรถไปยังกรุงปราก เพื่อใช้สายการบินเดลตา แอร์ ในฐานะผู้ทุพพลภาพ พิจารณาจากที่ฝ่ายภรรยาไม่มีขาหนึ่งข้างและต้องนั่งรถเข็นอยู่ตลอด
แต่ความพยายามดังกล่าวไม่ประสบผล ทำให้มิสเตอร์ซอลโทสซ์ต้องโทรศัพท์ข้ามทวีปให้เอเยนซีในนิวยอร์กจัดการเรื่องตั๋วเดินทาง โดยในระหว่างนี้ทั้งคู่ต้องกลับไปพักอยู่ที่บ้านพักในฮังการี ก่อนได้รับข่าวดีจากตัวแทนจำหน่ายว่าสามารถหาตั๋วสายการบินลุฟต์ฮันซาได้ แต่แม้จะอาศัยเจ้าหน้าที่และเพิ่มขนาดที่นั่งให้ใหญ่พิเศษ จนแล้วจนรอด ก็ไม่สามารถยกมิสซิสซอลโทสซ์นั่งบนรถเข็นให้พอดีก่อนขึ้นเครื่องได้ จนที่สุดกัปตันของสายการบินต้องอ้อนวอนขอให้ทั้งคู่ลงจากเครื่อง เพราะเครื่องดีเลย์มากแล้ว
สุดท้าย เมื่อไม่อาจไปตามกำหนดนัดตรวจของแพทย์ในนิวยอร์กได้ แถมยังต้องเสียเวลาอยู่ในฮังการีกว่า 9 วัน โดยไม่มียารักษา อาการของฝ่ายภรรยาก็ทรุดหนัก และเสียชีวิตในที่สุด
ความชอกช้ำที่ได้รับ ส่งผลให้มิสเตอร์ซอลโทสซ์เดินหน้าประกาศฟ้องเรียกค่าเสียหายสายการบินทั้งหมดชนิดให้ล่มจมกันไปข้าง โทษฐานปล่อยปละละเลยไม่ดูแล จนทำให้ภรรยาต้องจบชีวิตลง เหตุจากข้ออ้างน้ำหนักเกินดูจะไม่สมเหตุสมผล เพราะในเมื่อตอนขาบินออกยังไม่มีปัญหา แล้วทำไมขากลับถึงมีปัญหาได้สารพัด







