posttoday
Lifestyleแบบ'วัยโจ๋'(2)

Lifestyleแบบ'วัยโจ๋'(2)

25 พฤศจิกายน 2555

การใช้ชีวิตรูปแบบดังกล่าวค่อนข้างมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เพราะหากเราย้อนกลับไปราว 30 ปีก่อน

การใช้ชีวิตรูปแบบดังกล่าวค่อนข้างมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เพราะหากเราย้อนกลับไปราว 30 ปีก่อน

คงไม่มีใครนึกว่าวัยหนุ่มสาวจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่แต่ในบ้านโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่ต้องออกไปทำงาน แล้วจะมีแหล่งรายได้มาจากไหนกัน แต่มาในยุคนี้ความกว้างไกลของอินเทอร์เน็ตช่วยให้สามารถทำงานอยู่ในบ้านได้ แม้ไม่ได้ออกจากบ้าน ก็สามารถทราบข้อมูลข่าวสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ จึงถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในสังคมจีน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การชำระเงิน การสั่งซื้อของ ล้วนสามารถทำผ่านการคลิกเมาท์เพียงไม่กี่ครั้ง ช่วยลดความถี่ในการเดินทางออกจากบ้าน ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ลดแรงกดดันการจราจรบนท้องถนน เป็นต้น

วัฒนธรรมการใช้ชีวิตในรูปแบบเช่นนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการพัฒนาทางสังคมของจีนก้าวล้ำนำหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง ไม่เพียงจะแสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างทางสังคมที่สามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านสื่อหลากหลายชนิดและรูปแบบ สร้างอิสระและความเป็นส่วนตัวให้แก่ชาวจีนยุคใหม่ไม่น้อย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความน่าทึ่งของเยาวชนจีนที่สามารถใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำได้เป็นอย่างดี

แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากสาวก “ไจ๋” บางรายที่ออกมายอมรับว่า รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ปิดกั้นตัวเองจากสังคมก็ส่งผลในแง่ลบเหมือนกัน ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือ การพูดคุยและส่งรอยยิ้มผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถสร้างรอยยิ้มผ่านการคลิกเมาท์จำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พอมีโอกาสได้พบปะกันจริงๆ กลับไม่รู้ว่าจะยิ้มให้แก่คนรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติได้อย่างไร ฟังดูอาจเป็นเรื่องตลก แต่ตัวอย่างที่กล่าวถึงนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับหนุ่มสาวจีนยุคนี้

บางคนอาจสงสัยว่า เหตุใดปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงพบมากในหมู่เยาวชนและคนวัยหนุ่มสาว?

Lifestyleแบบ'วัยโจ๋'(2)

 

คงเดากันไม่ยากว่า ระยะเวลาไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา อินเทอร์เน็ตมีบทบาทอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของชาวจีน ดังนั้นรูปแบบการดำเนินชีวิตบางอย่างจึงได้รับอิทธิพลจากการใช้สื่อชนิดดังกล่าว ทว่าสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ การอบรมสั่งสอนและกระแสสังคมที่ไม่ถูกทาง ย่อมส่งผลอย่างมากต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเหล่านี้ เช่น ยุคที่มีการดำเนินนโยบายคุมกำเนิด เด็กๆ ที่เกิดมาต่างได้รับการปฏิบัติเยี่ยง “องค์ชายน้อย องค์หญิงน้อยของบ้าน” ความรักและการเอาอกเอาใจอย่างเกินพอดีของสมาชิกในบ้าน ทำให้พวกเขายึดตัวเองเป็นที่ตั้ง คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตแบบลำพัง ขาดสำนึกเรื่องการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้แก่คนรอบข้างและไม่คิดที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

นอกจากนี้ คนวัยหนุ่มสาวและเด็กยุคใหม่ที่เกิดมาในช่วงที่มีการจัดสอบเข้าระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ย่อมได้รับอิทธิพลจากความมุ่งมาดปรารถนาของพ่อแม่ที่เชื่อกันว่า“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้ดีขึ้นได้”ชีวิตที่ต้องโหมเรียนอย่างหนักเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ การแข่งขันกับเพื่อนร่วมชั้นอย่างเข้มข้น คุณค่าทางการศึกษาที่เน้นผลการเรียนเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงการอบรมด้านคุณธรรม ล้วนมีส่วนหล่อหลอมให้เด็กๆ เติบโตมาอย่างไม่ค่อยมีโอกาสในการเข้าสังคมและไม่ได้รับการดูแลทางด้านจิตใจเป็นอย่างดี จึงหาที่พึ่งทางใจที่สามารถปลดปล่อยความรู้สึกกดดันได้ การใช้อินเทอร์เน็ตท่องโลกกว้างและประกอบกิจกรรมต่างๆ ตามความต้องการ ย่อมเป็นคำตอบที่หลายคนเลือกใช้

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ กระแสการให้ความสำคัญกับเงินทองกลายเป็นที่นิยมชมชอบของคนจำนวนมาก ผู้ใหญ่มักมุ่งแต่ทำงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือลูก ไม่ค่อยมีเวลาอบรมด้านคุณค่าทางจิตใจให้แก่เด็ก เมื่อพวกเขาเติบโตมาในสังคมที่ให้ความสำคัญกับแก้วแหวนเงินทอง ก็มักเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าความสำเร็จสามารถวัดได้จากฐานะทางบ้านของแต่ละคน มองข้ามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ตนพึงมีต่อตนเองและสังคม ขอเพียงเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดี ก็ถือว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ไหนจะได้รับอิทธิพลจากเรื่องราวของ“คนดังทางเว็บไซต์”ที่บางรายก็ดังชั่วข้ามคืน ชักจูงให้พวกเขาจมปลักอยู่กับสิ่งที่รับรู้และไม่คิดที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองเท่าใดนัก

หลายคนมองว่า หากปล่อยให้ปรากฏการณ์ดังกล่าวแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง อาจส่งผลต่อภูมิคุ้มกันทางร่างกายและจิตใจของคนกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขาดคุณค่าทางโภชนาการทางอาหาร ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคม ความรู้สึกที่เปราะบาง การอยู่อย่างโดดเดี่ยว เป็นต้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องหาแนวทางแก้ไขกันต่อไป

สังคมจีนกำลังอยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยน แรงกดดันนานัปการที่เกิดขึ้นกับคนหนุ่มสาวและสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เป็นอยู่คงเป็นปัญหาที่ไม่พบทางออก ในส่วนของครอบครัวควรใส่ใจในการเลี้ยงดูและปลูกฝังนิสัยการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างให้แก่เด็ก ปรับเปลี่ยนทัศนคติการเลี้ยงดูที่ปรนเปรอแต่วัตถุมาเป็นการให้ความสำคัญทางด้านจิตใจ ปล่อยให้เด็กรู้จักรับมือกับปัญหา สร้างความเข้าใจอันดีในครอบครัว สนับสนุนให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสังคม ค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนฝูงและสร้างทัศนคติที่ดีต่อสังคม

การให้อิสระแก่ตัวเองและปล่อยวางจากปัญหาในระดับที่พอเหมาะ ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับหนุ่มสาวจีนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ควรตระหนักถึงคำว่า“พอดี”ไม่ใช่จะมุ่งแต่แสวงหาความสุขส่วนตนจนลืมภาระหน้าที่ของตน อีกอย่างมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม การเลือกใช้ชีวิตในรูปแบบที่กล่าวมาข้างต้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา อาจช่วยตอบสนองความต้องการทางด้านวัตถุหรือทางใจในบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็นผลดีในระยะยาวต่อทั้งร่างกายและจิตใจ

ลองหันมาใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปดู แล้วจะรู้ว่าชีวิตก็มีความสุขได้เหมือนกัน!


 

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล