
‘อียิปต์’จ่อประท้วงเดือด ต้านผู้นำผูกขาดอำนาจ
ชาวอียิปต์เตรียมชุมนุมต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ หลังผู้นำประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หวังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จขึ้นเป็น “ฟาโรห์”
ชาวอียิปต์เตรียมชุมนุมต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ หลังผู้นำประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หวังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จขึ้นเป็น “ฟาโรห์”
ซาเหม็ด อัชชัวร์ ประธานสมาคมทนายความในอียิปต์ ออกแถลงการณ์ร่วมกับตัวแทนฝ่ายค้านออกโรงเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศรวมตัวชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ตามจัตุรัสต่างๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจรัฐบาล ภายหลังประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่ประธานาธิบดีแต่เพียงผู้เดียว
“ประธานาธิบดีมอร์ซีกำลังก่อรัฐประหารที่ขาดความชอบธรรม เพราะรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวยึดอำนาจแห่งรัฐทั้งหมด ทำให้เขาอยู่เหนือกฎหมาย และแต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นฟาโรห์ คนใหม่ของอียิปต์” โมฮัมเหม็ด เอลบาราได หัวหน้าสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวอียิปต์ กล่าว
ทั้งนี้ ภายใต้เนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ระบุไว้ว่า การตัดสินใจใดๆ ของประธานาธิบดีถือเป็นที่สิ้นสุด โดยที่ทางการซึ่งรวมถึงระบบศาลยุติธรรมไม่สามารถเพิกถอนอำนาจหรือยุบสภาสูง ตลอดจนถึงล้มล้างอำนาจสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยเด็ดขาด โดย มอร์ซี อ้างว่าเพื่อเป็นการชะล้างและทำลายระบบโครงสร้างอำนาจเก่าทั้งหมด
ขณะเดียวกัน มอร์ซี ยังได้สั่งการให้ศาลรื้อคดีเพื่อเอาผิดกลุ่มขั้วอำนาจเก่าในยุคอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ที่สั่งเข่นฆ่าสังหารประชาชนในการลุกฮือประท้วงปีที่แล้วอีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังได้มีการสั่งปลด อับเดล มากูอิด มาห์มุด ออกจากตำแหน่งอัยการสูงสุด เนื่องจากไม่พอใจที่ล้มเหลวในการรวบรวมหลักฐานเอาผิดขั้วอำนาจเก่า โดยได้มีการแต่งตั้ง ทาลาท อิบราฮิม ขึ้นแทน ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านจากบรรดาผู้พิพากษาและอัยการอย่างหนัก
ทั้งนี้ มอร์ซี ถือเป็นประธานาธิบดีอียิปต์คนแรก ภายหลังเกิดการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีมูบารัก ผู้นำเผด็จการที่ครองอำนาจการบริหารนานกว่า 30 ปี โดย มอร์ซี ซึ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคมุสลิมภราดรภาพ สามารถเอาชนะการเลือกตั้งเหนือ อาเหม็ด ชาฟิก ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายในสมัยมูบารักได้สำเร็จ
ล่าสุด กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลนำโดยสมาชิกพรรคมุสลิมภราดรภาพ ได้ออกมารวมตัวกันที่จัตุรัสทาห์รีร์ เพื่อแสดงความปกป้องการตัดสินใจของ มอร์ซี จุดกระแสความกังวลว่าอาจก่อให้เกิดการปะทะกันรุนแรงได้







