
คลังยูโรโซนเบรกเงินช่วยกรีซ
อ้างเอเธนส์ต้องลุยลดหนี้เพิ่มเชื่อได้ข้อสรุปครั้งหน้า20พ.ย.
อ้างเอเธนส์ต้องลุยลดหนี้เพิ่มเชื่อได้ข้อสรุปครั้งหน้า20พ.ย.
ขุนคลังยูโรโซนเบรกเงินช่วยกรีซงวดใหม่ แม้ไฟเขียวขยายกรอบเวลาลดหนี้เพิ่มอีก 2 ปี ลุยถกต่อ 20 พ.ย.นี้ ย้ำมีแผนสำรองช่วยกรีซรอดผิดนัดชำระหนี้แน่นอน
ที่ประชุมรัฐมนตรีคลัง 17 ชาติ ิกลุ่มยูโรโซน เห็นพ้องเลื่อนการประชุมพิจารณาอนุมัติเงินกู้รอบใหม่แก่กรีซ มูลค่า 3.1 หมื่นล้านยูโร (1.24 ล้านล้านบาท) ออกไปเป็นวันที่ 20 พ.ย. หลังที่ประชุมยังมีเสียงแตกกันเกี่ยวกับผลการประเมินของทรอยกา ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของสหภาพยุโรป (อียู) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับกรอบการลดยอดหนี้กรีซลงมาในระดับมีเสถียรภาพ
“แม้กรีซดำเนินการต่างๆ เพื่อตัดลดยอดหนี้และตัดลดขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง แต่เรายังคงต้องพิจารณารายละเอียดผลประเมินเพิ่มเติมก่อนอนุมัติเงินกู้รอบใหม่” ฌอง โคลด จุงเกอร์ ผู้นำกลุ่มยูโร กรุ๊ป และนายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก กล่าว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว จุดกระแสความกังวลอย่างหนักว่ากรีซอาจต้องผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 5,000 ล้านยูโร (2 แสนล้านบาท) ที่มีกำหนดเส้นตายในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้กรีซต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม กระแสความกังวลดังกล่าวได้คลี่คลายลง ภายหลัง ออลลี เรห์น รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกมาแสดงความมั่นใจ ว่ากรีซจะไม่เผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้ในวันศุกร์นี้แน่นอน หลังมีการวางแผนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเปิดทางให้บรรดาธนาคารกรีซเข้ามามีส่วนร่วมในการระดมทุน ผ่านการเข้าซื้อตั๋วเงินคงคลังของรัฐบาลกรุงเอเธนส์ ในวันที่ 16 พ.ย.นี้
ขณะเดียวกัน ล่าสุดสำนักงานจัดการหนี้สาธารณะของกรีซ (พีดีเอ็มเอ) เปิดเผยว่า สามารถระดมทุนจากการขายตั๋วเงินคงคลังระยะสั้นมูลค่ารวม 4,060 ล้านยูโร (1.62 แสนล้านบาท) แล้ว โดยต่อจากนี้จะมีการเปิดการประมูลฝากซื้อพันธบัตรแบบไม่แข่งขันราคา เพื่อระดมทุนให้ครบจำนวน 5,000 ล้านยูโร (2 แสนล้านบาท) เปิดทางให้กรีซสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ในวันศุกร์นี้ได้อย่างฉิวเฉียด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติขยายกรอบเวลาลดการขาดดุลงบประมาณของเอเธนส์อีก 2 ปีจากเดิมในปี 2557 เป็นปี 2559 ตามที่กรีซร้องขอ เปิดทางให้เอเธนส์มีเวลามากพอที่จะตัดลดหนี้ควบคู่กับฟื้นฟูการเติบโตประเทศได้ตามเป้า แม้ก่อนหน้านี้ผู้นำกลุ่มยุโรปและคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ มีความเห็นขัดแย้งประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ มองว่า การขยายกรอบเวลาจะยิ่งทำให้กรีซจำเป็นต้องรับเงินช่วยเหลือเพิ่มรวมสูงถึง 3.3 หมื่นล้านยูโร (1.32 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะนำไปสู่การออกมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดยิ่งขึ้น







