posttoday
คนต่างยุค(2)

คนต่างยุค(2)

11 พฤศจิกายน 2555

กล่าวได้ว่าการประกาศใช้นโยบายคุมกำเนิด ส่งผลให้เด็กยุคทศวรรษ 90 เกิดมาในครอบครัวที่มีบุตรคนเดียวอย่างแท้จริง

กล่าวได้ว่าการประกาศใช้นโยบายคุมกำเนิด ส่งผลให้เด็กยุคทศวรรษ 90 เกิดมาในครอบครัวที่มีบุตรคนเดียวอย่างแท้จริง

(ยกเว้นครอบครัวของชนเผ่ากลุ่มน้อยที่อนุญาตให้มีบุตรมากกว่า 1 คน) ไม่มีพี่น้องคลานตามกันมา ไม่มีคนที่เติบโตมาด้วยกัน แต่ก็ถือว่าโชคดีกว่าคนรุ่นก่อนๆ มาก เนื่องจากเกิดมาในช่วงที่เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ชีวิตจึงเพียบพร้อมไปด้วยวัตถุและสิ่งอำนวยความสะดวก ในสายตาของสมาชิกทุกเพศทุกวัยในครอบครัว คงไม่มีใครสำคัญไปกว่าแก้วตาดวงใจคนนี้อีกแล้ว

สิ่งที่มาพร้อมกับชีวิตที่สะดวกสบายและเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูคือ การแข่งขันที่นับวันรังแต่จะสร้างความกดดันให้แก่พวกเขามากขึ้นทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังจากพ่อแม่ที่ปรารถนาจะให้ประสบความสำเร็จทางด้านการงานและชีวิต พยายามสรรหาสิ่งดีๆ ให้แก่ลูก ทำตัวเป็น “ถุงเงินถุงทอง” ที่สามารถเรียกใช้ตามความต้องการ เน้นการเลี้ยงลูกด้วยวัตถุมากกว่าจิตใจ ยิ่งยุคที่ความเจริญทางวัตถุเข้ามาครอบงำเช่นนี้ การยับยั้งช่างใจของพวกเขาก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง สร้างนิสัยฟุ้งเฟ้อให้แก่เด็กที่เกิดในครอบครัวที่มีฐานะ

ตั้งแต่เด็กก็ถูกอัดวิชาความรู้ต่างๆ นานารวมไปถึงความสามารถทางด้านดนตรี กีฬา ซึ่งอาจไม่ได้เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากทำ พอโตขึ้นมาก็ต้องแข่งกันหางานที่มั่นคงและมีรายได้ดี ครั้นพอถึงวัยสร้างครอบครัว ก็ต้องมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมเพื่อสร้างโอกาสในการเลือกคู่ครอง ความกดดันที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็กจวบจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ย่อมสร้างความรู้สึกอึดอัด กังวล และเบื่อหน่ายกับชีวิตที่วนเวียนอยู่ในวงจรดังกล่าว ขาดความสุขในชีวิต เพราะเกิดมาในยุคที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งประชันขันแข่ง

คนต่างยุค(2)

 

ความที่ได้รับการดูแลจากสมาชิกในครอบครัวอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่เคยตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ขาดประสบการณ์ชีวิต ส่งผลให้มีสภาพจิตใจที่เปราะบาง พวกเขาคุ้นเคยกับการยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางมาตั้งแต่เด็ก มีสำนึกในเรื่องการร่วมมือกับผู้อื่นน้อยมาก ขาดความมุ่งมั่นในการฝ่าฟันอุปสรรคและไม่ค่อยวางแผนอนาคตเท่าใดนัก เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และด้วยความที่เป็นลูกโทน ส่งผลให้มีมุมมองด้านความสัมพันธ์ทางสายเลือดน้อยมาก มักมีนิสัยรักสันโดษ ทำอะไรตามอำเภอใจ ยิ่งถ้าเป็นเด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่มีการหย่าร้างด้วยแล้ว มักส่งผลต่ออุปนิสัยและสภาพจิตใจ กลายเป็นเด็กที่มีปัญหา

เด็กยุคนี้เติบโตมาพร้อมกับการสื่อสารในยุตไฮเทค มีความคุ้นเคยกับสื่อนานาชนิดมากกว่าคนรุ่นก่อนมาก ประมาณการว่าเยาวชนที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีมากเกือบ 250 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 47 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ มีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 70 ของเยาวชนทั่วประเทศและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว การสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน ถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากต่อรูปแบบความคิดและพฤติกรรมของคนยุคนี้ พวกเขามีโอกาสได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น มีช่องทางการรับรู้ข่าวสารที่หลากหลาย มีความรู้รอบด้าน มีพัฒนาการทางความคิดกว้างไกล ชอบค้นหาสิ่งใหม่ๆ ให้แก่ตัวเอง เรียกว่าเป็นเด็กแห่งยุคข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริง

แต่ก็มีข้อน่าสังเกตตรงที่เยาวชนที่ใช้อินเทอร์เน็ตมักอาศัยอยู่ในเมืองมากกว่าชนบท สะท้อนให้เห็นปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางฐานะของชาวจีนในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เด็กที่เกิดในสภาพครอบครัวที่มีความเป็นอยู่แตกต่างกันมีโอกาสในการเรียนรู้ไม่ทัดเทียมกัน

อย่างไรก็ดี ความคุ้นเคยกับสื่อหลากหลายชนิดก็เป็นดาบสองคมต่อความรู้สึกของพวกเขาเช่นกัน เพราะบางครั้งการเสพข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายย่อมทำให้รู้สึกว่ากำลังอยู่ท่ามกลางความเพ้อฝันกับความเป็นจริง ในโลกแห่งอินเทอร์เน็ต บรรดาสาวกวัยแรกรุ่นสามารถปลดปล่อยจินตนาการและมีอิสระในการแสดงออกทางความรู้สึกอย่างไร้พันธนาการ สรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ ดังใจปรารถนา ถือเป็นการสร้างความสุขทางใจอย่างหนึ่ง

แต่เมื่อกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง กลับพบว่าไม่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก การคลุกคลีกับช่องทางการสื่อสารในรูปแบบดังกล่าว ย่อมทำให้พวกเขาได้รับอิทธิพลและถูกชักจูงโดยสิ่งเร้าต่างๆ อาทิ การเลียนแบบพฤติกรรมของดาราในดวงใจและคลั่งไคล้จนเกินพอดี เป็นต้น ยิ่งพวกเขามีความคุ้นเคยกับการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ มากเพียงใด ช่องว่างทางความคิดกับสมาชิกต่างวัยก็แตกต่างมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นในยามที่ประสบกับปัญหา จึงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ด้วยคิดว่าความคิดของผู้ใหญ่ไม่ใช่คำแนะนำที่พวกเขาต้องการ สร้างความรู้สึกว้าเหว่ทางใจ

ลักษณะเด่นของเด็กยุคนี้ประกอบด้วย การมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทะนงตน ทำอะไรตามอำเภอใจ มีสติปัญญาที่เฉียบแหลม ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก พยายามสร้างการยอมรับจากคนรอบข้าง จึงมักยกตนข่มท่าน สิ่งที่อวดอ้างจะเป็นจริงตามราคาคุยหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอเพียงผู้ที่รับฟังมองการแสดงออกของพวกเขาว่าน่าทึ่ง เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือ อยากเป็นคนสำคัญที่สุด

มุมมองความรักก็แหวกแนวจากคนรุ่นก่อนอย่างมาก การออกมาประกาศเรื่องทัศนคติที่มีต่อความรักอย่าง “ยอมนั่งร้องไห้บนรถบีเอ็ม” หรือ “ยอมแต่งกับหวงซื่อเหยิน (ตัวร้ายที่ร่ำรวยมาก แต่อุปนิสัยโหดเหี้ยม)” ที่บรรดาสาวแรกรุ่นมีความเห็นใกล้เคียงกับความคิดดังกล่าว ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความเหมาะความควรมากน้อยเพียงใด เพราะสะท้อนให้เห็นว่าสาวยุคใหม่จำนวนไม่น้อยเห็นความสำคัญของเงินมากกว่าความรู้สึก ปรารถนาที่จะมีชีวิตคู่ที่สุขสบายและเป็นอิสระ ปัจจัยพื้นฐานในการเลือกคู่ครองคือบ้านและรถที่ต้องมีพร้อม ความรักมาเป็นลำดับรอง มองการเลือกคู่ครองด้วยการพิจารณาด้านฐานะเป็นเกณฑ์โดยไม่คิดที่จะสร้างฐานะด้วยความสามารถและน้ำพักน้ำแรงของตน

เมื่อเทียบกับคนยุคก่อนแล้ว ปัญหาทางจิตใจของเด็กยุคใหม่มีทีท่าจะรุนแรงกว่าที่ผ่านมา พวกเขาไม่ให้ความศรัทธากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากไปกว่าการยึดมั่นในตัวเอง พยายามแสวงหาสิ่งที่ตนปรารถนาจนลืมตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง นอกจากจะไม่ได้สร้างคุณค่าให้แก่สังคม ไม่ยึดปฏิบัติตามแนวคิดแบบดั้งเดิมแล้ว คุณธรรมพื้นฐานอย่างความกตัญญู การมีเมตตา การให้ความเคารพผู้ใหญ่ เป็นต้น กลับถดถอยลงอย่างมาก กลายเป็นปัญหาด้านจริยธรรมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนของเยาวชนจีนในวันนี้ ทำให้เราตระหนักถึงความจริงประการหนึ่งที่ว่า “ความเจริญทางวัตถุมักสวนทางกับความเจริญทางจิตใจ”

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย