posttoday
สารพัด'ที่สุด'ศึกชิงเจ้าพญาอินทรี

สารพัด'ที่สุด'ศึกชิงเจ้าพญาอินทรี

10 พฤศจิกายน 2555

ทราบผลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าผู้ชนะในศึกเลือกตั้งชิงบัลลังก์ผู้นำสหรัฐ 2012 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น บารัก โอบามา

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของชาวอเมริกัน ซึ่งสามารถเอาชนะน็อกคู่ท้าชิงหนังเหนียวอย่าง มิตต์ รอมนีย์ จากพรรครีพับลิกันได้อย่างขาดลอย โดยสามารถคว้าคะแนนเสียงในเกือบทุกรัฐสวิงสเตตสำคัญด้วยคะแนน 332 เสียงต่อ 206 เสียง ป้องกันแชมป์นั่งเป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย

เรียกได้ว่านอกจากบรรยากาศการขับเคี่ยวรณรงค์หาเสียงกันอย่างไม่ลืมหูลืมตามายาวนานถึง 18 เดือนเต็ม และการเปิดฉากสาดสงครามน้ำลายใส่กันอย่างไม่ยั้งระหว่างทั้งสองพรรคคู่แข่งตลอดกาล ที่กลายเป็นมนต์เสน่ห์สะกดให้ประชาชนและสื่อมวลชนทั่วโลกต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างสนุกและตาไม่กะพริบไปตามๆ กันแล้ว

ในศึกเลือกตั้งชิงดำครั้งนี้ ยังเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่เป็น “ที่สุดของที่สุด” ที่สมควรถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเลยทีเดียว

‘เกย์’ เยอะที่สุด

ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ที่เรียกได้ว่าเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่จารึกให้การเลือกตั้งประธานาธิบดี 2012 เป็นการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่า “มีกลุ่มคนรักร่วมเพศเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาททางการเมืองในสหรัฐมากที่สุด” เลยก็ว่าได้

สารพัด'ที่สุด'ศึกชิงเจ้าพญาอินทรี

 

หลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ทฤษฎีดังกล่าวได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นการคว้าชัยชนะของ แทมมี บอลด์วิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิง 7 สมัย จากพรรคเดโมแครต วัย 50 ปี ที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากเจ้าตัวจะได้รับเลือกด้วยคะแนนสนับสนุนล้นหลามให้ขึ้นแท่นเป็นวุฒิสมาชิกหญิงคนแรกของรัฐวิสคอนซินแล้ว บอลด์วินยังควบตำแหน่งนักการเมืองหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ ที่เปิดตัวว่ามีรสนิยมรักร่วมเพศอย่างเปิดเผยอีกด้วย

“การได้รับตำแหน่งเป็นวุฒิสมาชิกในครั้งนี้ ดิฉันไม่ได้ต้องการมาสร้างประวัติศาสตร์ แต่ต้องการเอาชนะความต่าง และหวังว่าต่อจากนี้ไปวุฒิสภาจะสามารถสะท้อนความเป็นอเมริกันและความสามารถของผู้หญิงที่มีรสนิยมแตกต่างได้ดีขึ้น” บอลด์วิน กล่าว หลังสามารถเอาชนะคะแนน ทอมมี ทอมป์สัน อดีตผู้ว่าการรัฐวิสคอนซิน คู่แข่งไปได้อย่างขาดลอย

ยิ่งไปกว่านั้น จากผลการสำรวจของ วิกตอรี ฟันด์ ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่มีหน้าที่ระดมทุนหาเสียง ซึ่งให้การสนับสนุนกลุ่มคนรักร่วมเพศ พบว่ายังมีจำนวนของผู้สมัครที่เป็นชาวสีม่วงทั้งหญิงและชายชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะเข้ามามีบทบาททางการเมืองของสหรัฐอย่างน้อย 118 คนเลยทีเดียว โดยที่ผู้ชนะแต่ละคนก็ทยอยออกมาเปิดเผยตัวตนโดยไม่แคร์สื่ออย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็น ฌอน มาโลเนย์ ว่าที่ สส.รัฐนิวยอร์กคนใหม่ หรือแม้แต่ มาร์ก ทากาโน ว่าที่ สส.รัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวอเมริกันสัญชาติเอเชีย ที่มีรสนิยมชายรักชายคนแรกในประวัติศาสตร์

“ไม่มีผู้สมัครเหล่านี้คนใดที่ใช้ประเด็นรสนิยมทางเพศของตนเองมาเป็นกลยุทธ์เรียกคะแนนเสียงอย่างเช่น ฌอน มาโลเนย์ ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมมาตลอดทั้งชีวิต เปิดทางให้เขาสามารถเข้าไปนั่งในใจประชาชนได้อย่างง่ายดาย” ชัค วูลฟ์ ประธานกลุ่มวิกตอรี ฟันด์ กล่าว

“การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นครั้งสำคัญของเหล่ากลุ่มคนรักร่วมเพศในอเมริกา เพราะในวันนี้การเมืองของสหรัฐจะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มคนผิวขาว คนรวยหรือกลุ่มชายจริงหญิงแท้อีกต่อไป” แซลลี คอห์น นักวิจารณ์ด้านการเมืองชาวอเมริกา กล่าวเสริมกับซีเอ็นเอ็น

สารพัด'ที่สุด'ศึกชิงเจ้าพญาอินทรี

 

...แพงที่สุด

นอกจากการเข้ามามีส่วนร่วมของกลุ่มรักร่วมเพศเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์แล้ว ศึกชิงดำผู้นำในครั้งนี้ยังถูกจารึกไว้ในฐานะการเลือกตั้งที่ “แพงที่สุด” ในหน้าประวัติศาสตร์เลือกตั้งอเมริกาอีกด้วย

โดยมีการใช้เงินงบประมาณหาเสียงรวมสูงที่สุดถึง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.8 แสนล้านบาท) ซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วถึง 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.17 หมื่นล้านบาท)

ผลการสำรวจของศูนย์เพื่อการเมืองที่รับฟังเสียงประชาชน ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงที่ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ โอเพนซีเคร็ตส์ พบว่าจำนวนเงินสนับสนุนการเลือกตั้งทั้งของประธานาธิบดีโอบามาและรอมนีย์ ซึ่งมาจากการระดมทุนจากกลุ่มต่างๆ และการบริจาคในระหว่างการประชุมใหญ่ของพรรคเพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดจากสัปดาห์ละ 19 เหรียญสหรัฐ เมื่อต้นเดือน ก.ย. เป็น 70 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการหาเสียงโค้งสุดท้ายในช่วงปลายเดือน ต.ค.

ไม่เพียงแต่การหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเท่านั้น ทั้งสองพรรคยังได้ทุ่มทุนหาเสียงเพื่อช่วงชิงเก้าอี้ในสภาคองเกรสทั้งในสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) และวุฒิสภา (สภาสูง) กันอย่างเต็มที่แบบเทหมดหน้าตักกันเลยอีกด้วย

สาเหตุที่มีการทุ่มทุนสร้างกันขนาดนี้ ก็เพราะยิ่งพรรคใดสามารถครองเสียงข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นในสภาล่างหรือสภาสูงก็แล้วแต่ ก็ยิ่งหมายถึงการมีสิทธิมีเสียงมีอำนาจในการชี้ชะตาและกำหนดทิศทางของนโยบายต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการพิจารณาจากสภาคองเกรสเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพรรคได้มากที่สุดนั่นเอง

เดิมพันสูงขนาดนี้จึงทำให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายในการแข่งขันชิงเก้าอี้สมาชิกสภาคองเกรสครั้งนี้ได้พุ่งขึ้นไปสูงถึง 1,820 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.64 หมื่นล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าเมื่อการเลือกตั้งครั้งก่อนที่ 1,810 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.61 หมื่นล้านบาท)

สารพัด'ที่สุด'ศึกชิงเจ้าพญาอินทรี

 

โดยรัฐเวอร์จิเนียเพียงรัฐเดียว ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันทุ่มเงินหาเสียงไปมากที่สุดเป็นวงเงินเหยียบ 79.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,455 ล้านบาท) เพราะรัฐเวอร์จิเนียถือเป็นรัฐชี้ชะตาว่าพรรคเดโมแครตจะยังคงสามารถครองเสียงข้างมากในสภาสูงได้ตามเดิม หรือว่าอำนาจจะถูกถ่ายโอนมาอยู่ในมือของรีพับลิกัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่ารีพับลิกันจะสามารถกุมอำนาจในสภาคองเกรสได้อย่างเบ็ดเสร็จเลยทีเดียว

และชัยชนะก็ต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล เมื่ออดีตผู้ว่าการ ทิม เคน จากเดโมแครต สามารถเอาชนะ จอร์จ เอลเลน อดีตวุฒิสภาพรรครีพับลิกัน ทวงคืนเก้าอี้วุฒิสมาชิกในรัฐนี้ไปได้อย่างฉิวเฉียด

โดยที่กลุ่มผู้สนับสนุนของทิม เคน ต้องใช้เงินหาเสียงไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์โฆษณา การส่งใบปลิวสนับสนุนไปตามบ้านเรือนประชาชนไปมากกว่ากลุ่มหาเสียงของเอลเลนถึง 7 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว (ราว 217 ล้านบาท)

...ทวีตมากที่สุด

และหากจะกล่าวถึงความเป็น “ที่สุดแห่งที่สุด” ที่เกิดขึ้นในศึกชิงบัลลังก์ผู้นำมะกันครั้งนี้ คงต้องไม่ลืมจารึกอีกด้วยว่า เป็นการเลือกตั้งที่ถูก “พูดถึง” ผ่านสังคมออนไลน์ชื่อดังต่างๆ มากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์อีกด้วย

โดยเฉพาะทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวเลือกตั้งสหรัฐถูกโพสต์และส่งต่อทั้งหมดทุบสถิติสูงถึง 32 ล้านข้อความ โดยเป็นข้อความที่ถูกโพสต์ขึ้นในวันเลือกตั้ง หรือวันที่ 6 พ.ย. เพียงวันเดียวมีถึง 23 ล้านข้อความทั่วโลก หรือมีคนทวีตพร้อมกันถึง 3.27 แสนครั้ง ใน 1 นาทีทีเดียว

เว็บไซต์ทวิตเตอร์ เปิดเผยว่า ข้อความที่ถูกส่งซ้ำมากที่สุดอันดับหนึ่งก็คือ ทวีตประกาศชัยชนะเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีโอบามาที่ว่า “อีก 4 ปี” พร้อมรูปถ่ายที่โอบามาสวมกอด มิเชล ภรรยา ด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

เพราะหลังจากนั้นเพียง 22 นาที สาวกทวิตเตอร์ทั่วทุกมุมโลกก็ระดม “รีทวีต” หรือส่งต่อข้อความและรูปดังกล่าวไปตามๆ กันสูงถึง 5.85 แสนรีทวีต และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำลายสถิติแซงหน้าทวีตของ จัสติน บีเบอร์ นักร้องวัยรุ่นชื่อดังที่ไว้อาลัยต่อการจากไปของหนูน้อย อวาลานา รูธ แฟนคลับรุ่นเยาว์วัย 6 ขวบ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมองที่ราว 2 แสนครั้งไปได้อย่างขาดลอย

สารพัด'ที่สุด'ศึกชิงเจ้าพญาอินทรี

 

เช่นเดียวกับสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ที่ไม่ว่าจะเป็นชาวอเมริกันในสหรัฐหรือที่อยู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่างโพสต์อัพเดตสถานการณ์ในพื้นที่ของตัวเองตลอดทั้งวัน ทั้งผ่านการโพสต์ภาพถ่ายเป็นหลักฐานว่าตัวเองได้ไปใช้สิทธิลงคะแนนแล้ว หรือเชียร์ผู้สมัครที่ชื่นชอบคนใด

บ้างก็โพสต์วิพากษ์วิจารณ์ว่าใครน่าจะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีกันอย่างคึกคัก

...ปลดแอกธรรมเนียมที่สุด

การเลือกตั้งในครั้งนี้นอกจากจะเปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันผู้มีสิทธิลงคะแนนออกเสียงเลือกผู้นำ สส. และ สว. ที่ชื่นชอบแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้ลงเสียงประชามติเห็นชอบในประเด็นต่างๆ ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงและขัดแย้งกันภายในรัฐนั้นๆ ควบคู่กันไปอีกด้วย

โดยเป็นครั้งแรกที่ ผลการทำประชามติในครั้งนี้ มีผลในการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ ได้ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากการผ่านร่างกฎหมายก่อนหน้านี้ เป็นหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติท้องถิ่นเท่านั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการปลดแอกธรรมเนียมปฏิบัติการผ่านร่างกฎหมายของรัฐนั้นๆ มาอยู่ในมือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐเลยก็ว่าได้

และชาวอเมริกันในรัฐเมน แมริแลนด์ วอชิงตัน และโคโลราโด ก็เป็น 4 รัฐแรกที่บุกเบิกธรรมเนียมใหม่ในการเลือกตั้ง 2012 นี้ ด้วยการลงคะแนนรับรองให้การแต่งงานของกลุ่มรักร่วมเพศและการครอบครองกัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นครั้งแรก

โดยผลการรับรองในครั้งนี้ นับเป็นการเปิดทางให้กลุ่มชาวรักร่วมเพศทั้งหญิงและชายสามารถแต่งงานในรัฐเมนและแมริแลนด์ และมีผลทางกฎหมายสมบูรณ์ทุกประการเป็นรัฐที่ 8 และ 9 ของสหรัฐ

ขณะที่ชาวอเมริกันในรัฐวอชิงตันและโคโลราโดที่มีอายุเกิน 21 ปี ก็สามารถมีกัญชาจำนวน 1 ออนซ์ ไว้ในครอบครองได้โดยถูกต้องตามกฎหมายโดยต้องไม่มีการเสพในที่สาธารณะ และสามารถปลูกต้นกัญชาไว้ในสถานที่ส่วนบุคคลได้สูงสุด 6 ต้น อย่างไม่ต้องกลัวตำรวจจับอีกต่อไป

เรียกได้ว่าการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ 2012 นี้ ควรค่าต่อการจารึกให้เป็นศึกการแข่งขันที่สร้างประวัติศาสตร์ที่เป็น “

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท