
ใครได้-ใครเสีย? เมื่อกูเกิลย้ายทัพหนีกำแพงเมืองจีน
โพสต์ทูเดย์
— จับตาการเปลี่ยนแปลงตลาดโลกไซเบอร์ในจีน บริษัทเสิร์ชเอนจินเร่งฉวยโอกาสตะครุบส่วนแบ่งตลาดมูลค่ามหาศาลของกูเกิลจีนหลังการตัดสินใจของกูเกิลเมื่อต้นสัปดาห์ที่ต้านกฎเหล็กจีน ยกเลิกการเซ็นเซอร์ข้อมูลสำหรับผู้ใช้กูเกิลของจีน และย้ายฐานผู้ใช้ไปยังฮ่องกง (Google.hk) เริ่มส่งผลกระทบกับทางกูเกิลแบบทันท่วงที เมื่อรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่า บริษัทหลายแห่งที่เคยใช้บริการเสิร์ชเอนจินของกูเกิลเริ่มตัดสัมพันธ์และกระโดดซบคู่แข่งอย่างไป่ตู้
เว็บไซต์ทอมดอตคอม (Tom.com) ได้เลิกใช้กูเกิลและหันมาใช้บริการค้นหาข้อมูลผ่านทางไป่ตู้ ซึ่งเป็นเว็บเสิร์ชเอนจินรายใหญ่ และได้รับความนิยมอย่างมากในจีนแทน
ทั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่า การตัดสินใจของกูเกิลในครั้งนี้ถือเป็นความได้เปรียบของไป่ตู้ เพราะแน่นอนว่าเมื่อผู้ใช้สลัดกูเกิลทิ้ง ตัวเลือกที่จะเข้ามาแทนที่ก็หนีไม่พ้นบริษัทเสิร์ชเอนจินอันดับ 1 ของจีน
ในปี 2552 ไป่ตู้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดของเว็บไซต์เสิร์ชเอนจินในจีนราว 60%
ข้อมูลจากบริษัท อนาไลสิส อินเตอร์เนชันแนล ที่ปรึกษาด้านการตลาดในกรุงปักกิ่งของจีน ชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่กูเกิลประกาศว่าจะถอนตัวออกจากตลาดในจีนเมื่อวันที่ 12 ม.ค. หุ้นของบริษัทคู่แข่งอย่างไป่ตู้ก็ขยับพุ่งขึ้นถึงราว 50% เลยทีเดียว
“
อีกไม่นานไป่ตู้ก็จะกลายเป็นผู้ครอบครองผลประโยชน์รายใหญ่ที่สุด” เอ็ดเวิร์ด หยู ประธานของบริษัท อนาไลสิส อินเตอร์เนชันแนล กล่าวนอกจากนี้ หยูยังระบุด้วยว่า ถ้ามองในระยะยาวก็อาจจะมีคู่แข่งรายอื่นๆ ที่อาจจะได้รับผลประโยชน์จากการถอนตัวของกูเกิลในครั้งนี้อีกมาก และกำลังพยายามชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในส่วนของกูเกิลอย่างดุเดือดอีกด้วย
หลายฝ่ายมองว่า การย้ายฐานไปฮ่องกงของกูเกิลในครั้งนี้เป็นผลกระทบต่อธุรกิจอย่าง เทนเซ็นต์ โฮลดิง ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับอานิสงส์ และมีโอกาสชิงความได้เปรียบในโลกไซเบอร์ของจีนอย่างแน่นอนเมื่อกูเกิลถอนตัว
เทนเซ็นต์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโปรแกรมรับส่งข้อความ หรืออินเทอร์เน็ตแมสเซนเจอร์ ภายใต้ชื่อว่า คิวคิว ได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากที่สุดในจีน และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปอยู่ราว 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าไป่ตู้เกือบ 2 เท่า
มาร์ค นัทคิน ประธานฝ่ายบริหารของบริษัทที่ปรึกษา มาร์บริดจ์ คอนเซาท์ติง ระบุว่า เทนเซ็นต์มีช่องทางในการให้บริการที่หลากหลายและเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งในทุกบริการผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลผ่านระบบเสิร์ชเอนจินของเทนเซ็นต์เองได้ ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่จะครอบครองตลาดในส่วนของกูเกิลเป็นอย่างมาก
“
เทนเซ็นต์กำลังทำงานอย่างหนักในการที่จะทำให้ผู้ใช้บริการคุ้นเคยกับระบบเสิร์ชเอนจินของตน และพยายามที่จะต่อรองอย่างมากกับทางบริษัทโฆษณาต่างๆ” นัทคิน ผู้ให้คำปรึกษากับองค์การธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในจีน กล่าวส่วนคู่แข่งที่ให้บริการเสิร์ชเอนจินที่น่าถูกจับตาในฐานะม้ามืดมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ บิง (Bing) จากค่ายไมโครซอฟท์ ซึ่งออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่มีการก้าวตามรอยเท้าของกูเกิล และไม่มีการถอนตัวออกจากตลาดจีน
“
มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้เล่นบางรายที่จะกระโดดเข้ามาถ้ากูเกิลถอนตัวออกจากจีน” เกรซ โจว ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการของบริษัท วิวากิ เนิร์ฟ เซ็นเตอร์ กล่าวแต่ทว่าในเชิงการแข่งขันด้านการโฆษณา บรรดาคู่แข่งที่กำลังจับจ้องจะกระโดดเข้ามาแทนที่กูเกิลนั้น อาจจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากโฆษณามูลค่ามหาศาลอย่างที่กูเกิลได้รับเสมอไป เนื่องจากว่าบริษัทโฆษณาของจีนจำนวนไม่น้อยที่มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งหมายถึงว่ากูเกิลจะตอบสนองในเรื่องนี้ได้ดีกว่าบรรดาเสิร์ชเอนจินรายอื่นๆ
ยิ่งไปกว่านั้น กูเกิลกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทจะยังคงเก็บหน่วยงานในหลายๆ ส่วนไว้ตามเดิม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมถึงฝ่ายขายที่มีอยู่เดิมในจีน ซึ่งหมายความว่าบริษัทจีนที่ต้องการตลาดและการเข้าถึงผู้ใช้ต่างชาติก็ยังคงสามารถติดต่อซื้อพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์กูเกิลที่ยังมีให้บริการในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า ผู้ใช้กูเกิลทั่วปักกิ่งได้แจ้งว่ามีปัญหาในการใช้งานกูเกิล โดยปัญหาที่พบคือ ไม่สามารถเปิดเข้าไปใช้บริการของเว็บไซต์กูเกิลในบางครั้ง อีกทั้งการค้นหาด้วยคำบางคำก็ยังไม่สามารถแสดงผล หรือแจ้งผลลัพธ์ว่าเป็นความล้มเหลวในการค้นหา
อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้บางส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบหรือพบกับปัญหาดังกล่าว
แต่ทว่ารอยเตอร์สระบุด้วยว่า ผู้ใช้บางส่วนซึ่งใช้งานผ่านเว็บไซต์หลักของกูเกิลอย่าง Google.com Google.co.uk และ Google.ca ก็พบกับปัญหาดังกล่าวด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ความขัดแย้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐและทางการรัฐบาลกรุงปักกิ่งยังคงมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อ เนื่องจากเมื่อวานนี้ รายงานอ้างสื่อของรัฐบาลกรุงปักกิ่งอย่างหนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี ว่า ทางพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนกล่าวหากูเกิลว่ากำลังทำหน้าที่เป็นสปายให้กับทางรัฐบาลสหรัฐ
“
สำหรับชาวจีนแล้ว กูเกิลไม่ใช่พระเจ้า และถึงแม้ว่ากูเกิลจะมีบทบาทอย่างสูงในเชิงการเมืองและสาระ แต่กูเกิลก็ยังไม่ใช่พระเจ้าอยู่ดี อันที่จริง กูเกิลก็ไม่บริสุทธิ์ใจนัก ความร่วมมือและสมรู้ร่วมคิดกับทางหน่วยสืบราชการลับและหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐเป็นสิ่งที่รู้กันในวงกว้าง” ข้อความดังกล่าวถูกเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ของจีนฉบับดังกล่าวเมื่อวานนี้ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการแสดงความคิดเห็นว่า การกระทำของกูเกิลในครั้งนี้คล้ายเป็นสัญญาณเตือนให้จีนเร่งเตรียมพร้อมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า ความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวแม้ว่าจะไม่ได้เป็นการสะท้อนถึงนโยบายอย่างเป็นทางการของทางรัฐบาลจีน แต่กำลังสะท้อนให้เห็นถึงความโกรธของรัฐบาลจีนที่มีต่อสหรัฐ หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศในหลายเรื่อง ไล่เรียงตั้งแต่การที่สหรัฐตัดสินใจขายอาวุธให้กับไต้หวัน การพบกันของประธานาธิบดีบารัก โอบามา กับองค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบต และการเรียกร้องให้ทางรัฐบาลปักกิ่งปรับค่าเงินหยวน







