
อัดพึ่งการเงินเกินรั้งศก.สูญโอกาส
บิสเตือนเศรษฐกิจโลกมุ่งโต แต่ภาคการเงินอันตราย เหตุทำประเทศเสียโอกาส คนเสียศักยภาพ ฉุดรั้งเศรษฐกิจโดยรวม
บิสเตือนเศรษฐกิจโลกมุ่งโต แต่ภาคการเงินอันตราย เหตุทำประเทศเสียโอกาส คนเสียศักยภาพ ฉุดรั้งเศรษฐกิจโดยรวม
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บิส) เปิดเผยว่า การศึกษาผลการขยายตัวของภาคการเงินในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งพบว่าการมุ่งให้ภาคการเงินเติบโตมากจนเกินไปทำให้เศรษฐกิจประเทศโดยรวมตกอยู่ในอันตราย เพราะจะดึงดูดแรงงานมีฝีมือให้ไปกระจุกอยู่แต่ภาคการเงิน ทำให้ภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ขาดสมองและความคิดสร้างสรรค์พัฒนาขับเคลื่อนประเทศ ถือเป็นภาระต้นทุนที่สูงมากสำหรับภาคเศรษฐกิจโดยรวม
“ภาคการเงินที่อู้ฟู่ ทำให้หนุ่มสาวที่สามารถเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นหมอรักษามะเร็ง หรือเป็นนักบินอวกาศสู่ดาวอังคาร เปลี่ยนใจไปเป็นผู้จัดการบริหารกองทุนต่างๆ แทน” รายงานระบุ
การศึกษาในครั้งนี้ตั้งต้นจากข้อโต้แย้งของทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อว่า “การเงินมีผลดีต่อการเติบโต” จนส่งผลให้นานาประเทศเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อกระตุ้นการเติบโต ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญเกิดคำถามว่า ระบบการเงินที่พองตัวแบบขีดสุดจะดีต่อเศรษฐกิจตามทฤษฎีจริงหรือไม่
“เปรียบได้กับคนที่กินข้าวมากเกินไป แทนที่จะอิ่มกลับจุก” รายงานระบุ พร้อมเผยบทสรุปของผลลัพธ์ 2 ประการ เมื่อประเทศมุ่งเน้นการเติบโตที่ภาคการเงินเป็นหลัก
ประการแรก คือ ภาคการเงินจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจเมื่อเติบโตอยู่ในระดับต่ำ โดยจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของผลผลิตในประเทศ แต่หากมีอัตราการเติบโตแซงหน้าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ก็จะกลายเป็นตัวฉุดผลผลิตทันที เนื่องจากแรงงานในภาคผลผลิตลดลง
ยิ่งเมื่อภาคการเงินมีการจ้างงานเกินระดับ 3.5% ของอัตราการจ้างงานทั้งหมด การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศนั้นๆ จะตกอยู่ในอันตรายทันที
ขณะที่บทสรุปที่สองก็คือ ยิ่งภาคการเงินขยายตัวได้รวดเร็วมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมเป็นได้ช้ามากเท่านั้น โดยรายงานได้ชี้แจงด้วยการยกกรณีตัวอย่างสุดโต่งอย่างประเทศไอร์แลนด์และสเปน ซึ่งพบว่าในช่วงระหว่างปี 2548–2552 ภาคการเงินของไอร์แลนด์และสเปนขยายตัวเฉลี่ย 4.1% และ 1.4% ต่อปี สวนทางกับผลผลิตต่อหัวของแรงงานซึ่งลดต่ำลงมาอยู่ที่ 2.7% และ 1.4% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ผลการศึกษายังได้หักล้างข้อพิสูจน์ก่อนหน้าที่ระบุว่าภาคการเงินทำให้ประชากรวัยแรงงานไม่สนใจศึกษาต่อ เพราะมุ่งแต่กอบโกย โดยการศึกษาล่าสุดยืนยันว่าการขยายตัวของภาคการเงินทำให้ประเทศเสียโอกาสมากกว่านั้น เพราะความมั่งคั่งทำให้แรงงานฝีมือดีทักษะสูงซึ่งชำนาญในศาสตร์ต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาภาคการเงินมากขึ้น







