
'ซีเอสสาร์'ไทยยังไม่พร้อม กูรูจี้พัฒนาก่อนลงสนามเออีซี
ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาเซียนโดยเฉพาะไทย กลยุทธ์ซีเอสอาร์ยังด้อย ไม่พร้อมเปิดเออีซี แนะให้ความรู้สังคม เพิ่มความร่วมมือในภูมิภาค
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาเซียนโดยเฉพาะไทย กลยุทธ์ซีเอสอาร์ยังด้อย ไม่พร้อมเปิดเออีซี แนะให้ความรู้สังคม เพิ่มความร่วมมือในภูมิภาค
ทิม บิช็อพ ผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจาก แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรการกุศลในอังกฤษ สาขาเวียดนาม ออกโรงเตือนว่า การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมในภาคธุรกิจ (ซีเอสอาร์) ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในไทยนั้นยังคงล้าหลัง และไม่มีพัฒนาการเท่าที่ควร ซึ่งเสี่ยงกระทบการรวมตัวทางเศรษฐกิจของชาติสมาชิก (เออีซี) ในปี 2558 เนื่องจากซีเอสอาร์นั้นถือว่ามีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
บิช็อพกล่าวภายในงานสัมมนาเอเชีย (เอเชียฟอรัม) ครั้งที่ 11 ว่าด้วยการพัฒนาซีเอสอาร์ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 25-26 ต.ค. ว่า ซีเอสอาร์ในอาเซียนยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบ โดยมีเพียงบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการทำซีเอสอาร์อย่างจริงจัง ขณะที่องค์กรขนาดเล็กส่วนใหญ่ไม่มีทรัพยากร เช่น เงินทุน เวลา รวมทั้งกำลังคนที่เพียงพอ ส่งผลให้ความช่วยเหลือไม่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม
“ซีเอสอาร์ในอาเซียนยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่เข้าใจความหมายของคำว่าซีเอสอาร์อย่างแท้จริง ซึ่งน่าเสียดายมาก เพราะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม แต่ผมก็เชื่อมั่นว่า การทำซีเอสอาร์ในภูมิภาคมีศักยภาพการเติบโตที่ดี เพราะอาเซียนมีประชากรจำนวนมาก ประกอบกับความหลากหลายของผู้คน”
สอดคล้องกับความเห็นของ โทมัส โทมัส กรรมการบริหารเครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคเอกชนสิงคโปร์ ซึ่งย้ำว่า ซีเอสอาร์เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ชาติสมาชิกอาเซียนก่อนที่จะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันให้การรวมกลุ่มเออีซีดำเนินไปอย่างสมบูรณ์และแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า องค์กรต่างๆ ในอาเซียนยังคงมีเวลาและโอกาสที่จะพัฒนาซีเอสอาร์
ขั้นแรกนั้นรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของซีเอสอาร์ เพื่อกระตุ้นให้มีการพัฒนาซีเอสอาร์ในทุกระดับของสังคม ขณะที่สังคมก็ควรให้รางวัลและยกย่องบุคคลที่มีความมุ่งมั่นในการทำซีเอสอาร์อย่างจริงจัง เพื่อที่จะได้เป็นต้นแบบให้กับหนุ่มสาวรุ่นใหม่
“หากคุณมองชาติตะวันตก พวกเขามีบุคคลอย่าง บิล เกตส์ สตีฟ จ็อบส์ และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เป็นไอดอลให้กับนักเรียน ในทางกลับกันเราไม่มีคนอย่างนั้นในอาเซียนเลย ไม่มีใครที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นหันมาทำกิจกรรมเพื่อสังคม” ฟรานซิสโก แอล โรมัน คณบดีฝ่ายวิจัยของสถาบันการจัดการแห่งเอเชียในฟิลิปปินส์ กล่าว
โรมันยังเสนอให้ชาติอาเซียนร่วมมือกันสร้างเครือข่ายซีเอสอาร์ประจำภูมิภาคเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการวิจัยร่วมกัน เช่น การศึกษารูปแบบการทำซีเอสอาร์ขององค์กรตะวันตก รวมทั้งองค์กรในอาเซียนเอง อย่างสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นประเทศอาเซียนที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม แม้จะเพิ่งมีการเริ่มนำมาใช้อย่างจริงจังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ตาม
ไม่เพียงแต่สิงคโปร์ที่มีการนำซีเอสอาร์มาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ แต่ยังรวมถึงภาคเอกชนในฟิลิปปินส์ เช่น บริษัท จอลลิบี ซึ่งดำเนินธุรกิจเเฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ที่ได้ก่อตั้งโครงการ “เดอะฟาร์เมอร์ อองเทอเพอเนอร์” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถของกลุ่มเกษตรกรที่ทำหน้าที่ป้อนวัตถุดิบให้กับบริษัท และปรากฏว่า โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จและสามารถสร้างมูลค่าให้กับทั้งองค์กรและสังคม
“ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการนี้นับว่าเกินคาด คือ นอกจากจะส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรที่ทางบริษัทนำมาใช้มีคุณภาพที่ดีและปริมาณที่มากขึ้นแล้ว การทำการเกษตรยังสอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ ทำให้ไม่สร้างความเสียหายต่อสภาพแวดล้อม ขณะที่กลุ่มเกษตรกรเหล่านั้นก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายหลังจากที่เกษตรกรสามารถใช้เครื่องมือทางการเกษตรที่มีอยู่แล้ว สร้างเสริมรายได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย” จิเซลา เทียงซัน กรรมการบริหารมูลนิธิจอลลิบี กล่าว







