posttoday
สี จิ้นผิง กระชับอำนาจ เตรียมนั่งบนตำแหน่งต่อ

สี จิ้นผิง กระชับอำนาจ เตรียมนั่งบนตำแหน่งต่อ

15 ตุลาคม 2565

สี จิ้นผิง เตรียมกระชับอำนาจในตำแหน่งผู้นำจีนสมัยที่ 3 จับตาการแต่งตั้งโปลิตบูโร และตำแหน่งสำคัญที่จะเป็นฐานสนับสนุนเก้าอี้ประธานาธิบดีของเขาให้มั่นคงมากขึ้น ในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 ในวันพรุ่งนี้

          ผู้แทน 2,300 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เกือบ 97 ล้านคน มารวมตัวกันที่ปักกิ่งเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อเข้าร่วมในการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในวาระ 2 ปี ซึ่งเริ่มในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่จะกำหนดว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะสามารถรักษาอำนาจและครองตำแหน่งผู้นำของประเทศคอมมิวนิสต์ที่มีประชากรมากที่สุดของโลกได้ยาวนานและมั่นคงเพียงใด

สี จิ้นผิง กระชับอำนาจ เตรียมนั่งบนตำแหน่งต่อ

          การประชุมพรรคครั้งนี้ จะมีการคัดเลือกสมาชิกคณะกรรมการกลาง 200 คน รวมทั้งสมาชิกสำรองอีกประมาณ 170 คน ซึ่งในจำนวนนี้จะเลือก 25 คนเพื่อดำรงตำแหน่งสมาชิกกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์ (Politburo) โดยสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมืองนี้จะเลือกคณะกรรมการบริหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์(Politburo standing committee) อีก 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองของจีน ซึ่งในปีนี้จะมีตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จะว่างลงจำนวน 2 ตำแหน่งจากทั้งหมด 7 ตำแหน่ง ขณะที่ตำแหน่งกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์ จะว่างลง 9 ตำแหน่งจากทั้งหมด 25 ตำแหน่ง

          โดยที่คณะกรรมการกลางจะเป็นผู้แทนลงมติเลือกผู้นำสูงสุดของพรรค ซึ่งก็คือ เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ หรือผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของจีน โดยการประชุมปีนี้ มีการคาดการณ์ว่า สี จิ้นผิง จะได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 3 แม้ล่วงเลยวัยเกษียณที่ 68 ปีตามธรรมเนียมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกข้อกำหนดจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2561

 

          สี จิ้นผิง เกิด 15 มิถุนายน พ.ศ. 2496 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการของ พรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลางตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 การดำรงตำแหน่งมา 2 สมัย ทำให้เขาสามารถแต่งตั้งผู้สนับสนุนหรือผู้ที่เห็นด้วยกับแนวทางของเขา เข้าดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในพรรคและในตำแหน่งราชการอื่นๆจำนวนมาก เขาจึงมีเสียงสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการนำนโยบายปราบปรามคอร์รัปชั่นมาบังคับใช้อย่างจริงจัง ทำให้สามารถสกัดและกำจัดคู่แข่งทางการเมือง หรือผู้ที่มีแนวความคิดต่อต้านเขาออกจากเกมอำนาจได้จำนวนมาก

          โดยในช่วง 10 ปีที่เขาดำรงตำแหน่ง มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่พรรคมากกว่า 4.7 ล้านคน ถูกจับกุมในข้อหาคอร์รัปชั่น ในจำนวนนี้หลายคนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่ไม่สนับสนุนแนวทางของเขา จนทำให้เกิดข่าวลือว่าผู้ที่ไม่พอใจเขาได้จับมือกันก่อรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

 

          อย่างไรก็ตาม แม้จะคาดหมายกันว่า สี จิ้นผิง จะสามารถครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดของจีนได้ต่อไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เนื่องจากสามารถจัดการอำนาจภายในพรรคได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ความท้าทาย ที่อาจส่งผลกระทบกับอำนาจของเขาก็ยังคงรออยู่เบื้องหน้า ทั้งปัญหาความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ที่ปรากฏความร้าวฉานตึงเครียดในหลายมิติ โดยเฉพาะปัญหาไต้หวันที่ดูจะถูกปลุกปั่นให้ร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากนโยบาย Zero Covid ที่มุ่งควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเด็ดขาดจนนำไปสู่มาตรการที่เข้มงวด เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนบางส่วนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท