
'โอบามา'คว้าชัยดีเบตรอบ3 ลุยหาเสียงเก้าอี้ผู้นำต่อ
โอบามาเฉือนรอมนีย์ในศึกดีเบตรอบ 3 ประสบการณ์แน่นเรื่องนโยบายต่างประเทศ ลุยลุ้นเลือกตั้งอีก 2 สัปดาห์หน้า
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โอบามาเฉือนรอมนีย์ในศึกดีเบตรอบ 3 ประสบการณ์แน่นเรื่องนโยบายต่างประเทศ ลุยลุ้นเลือกตั้งอีก 2 สัปดาห์หน้า
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ วาดลีลาดุเด็ดต้อนมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกันแบบอยู่หมัดในศึกโต้วาทีรอบ 3 ที่มุ่งด้านนโยบายการต่างประเทศ และเป็นรอบสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ส่งผลให้นักวิเคราะห์และโพลหลายสำนักพร้อมใจยกชัยชนะในการดีเบตนี้ให้ประธานาธิบดีโอบามาไปครอง
สำหรับประเด็นหลักด้านการต่างประเทศในรอบนี้ครอบคลุมทั้งในเรื่องตะวันออกกลาง การทหาร บทบาทของสหรัฐ กรณีอิหร่าน ซีเรีย จีน และรัสเซีย โดยนักวิเคราะห์การเมืองจากสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ประธานาธิบดีโอบามาสามารถแสดงนโยบายและอธิบายความเห็นด้านการต่างประเทศของสหรัฐได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็โจมตีจุดอ่อนของรอมนีย์ได้ตรงจุดในแง่ของการขาดประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการต่างประเทศ
ทั้งนี้ แม้ทั้งสองฝ่ายจะเห็นต่างในเรื่องของการใช้อาวุธและทหารจัดการปัญหาในตะวันออกกลางรวมถึงลิเบียและซีเรีย โดยขณะที่รอมนีย์สนับสนุนให้ส่งอาวุธเพิ่ม ประธานาธิบดีโอบามากลับไม่เห็นด้วย โดยต้องการสร้างพันธมิตรและความร่วมมือมากกว่า
“เราต้องทำมากกว่าการตามเก็บตัวหัวหน้ากลุ่มผู้ก่อการ แต่เราต้องวางกลยุทธ์เพื่อช่วยให้โลกเหล่านี้หลุดจากลัทธิอิสลามสุดโต่ง” รอมนีย์ กล่าว พร้อมย้ำชัดว่า การที่โอบามาโจมตีที่ความไร้ประสบการณ์ของตนเองเป็นความพยายามในการเบี่ยงประเด็น
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนผู้สมัครจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันต่างเห็นพ้องตรงกันที่จะเพิ่มระดับคุมเข้มนโยบายการค้ากับประเทศจีน เพื่อไม่ให้ส่งผลร้ายต่อธุรกิจภายในประเทศสหรัฐ โดยรอมนีย์เล็งกำหนดให้จีนเป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงิน และใช้บทลงโทษทันทีในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามาต้องการให้ค่อยเป็นค่อยไป เพราะเห็นว่าจีนสามารถเป็นพันธมิตรที่ดีกับสหรัฐได้
“จีนเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ขณะเดียวกันก็มีศักยภาพที่จะเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นกับสหรัฐได้ หากเล่นตามกฎ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องทำคือ ทำให้จีนทำตามกฎเกณฑ์เหมือนคนอื่นๆ” ประธานาธิบดีโอบามา กล่าว
ซีเอ็นเอ็นและเอพีรายงานตรงกันว่า อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีโอบามาชนะการดีเบตในครั้งนี้ คือการที่ผู้ท้าชิงเช่นรอมนีย์ ไม่เสนอนโยบายใหม่ใดๆ แถมยังสิ้นสุดลงด้วยการที่รอมนีย์สนับสนุนเห็นด้วยกับนโยบายการต่างประเทศของโอบามา ทั้งสงครามกลางเมืองในซีเรีย การป้องกันปัญหาอาวุธนิวเคลียร์ในอิหร่าน หรือการยืนหยัดข้างอิสราเอลกรณีการคุกคามจากอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม แม้ผลการดีเบตซึ่งสิ้นสุดด้วยการคว้าชัยของโอบามาครั้งนี้จะปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ แต่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งกลับมองว่าชัยชนะจากการดีเบตในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลต่อการลงคะแนนเลือกตั้งมากนัก
เหตุเพราะผลการสำรวจความเห็นผู้ชมของซีเอ็นเอ็นระบุชัดเจนว่า 24% ของผู้ชม ยินดีลงคะแนนให้ประธานาธิบดีโอบามา ส่วนอีก 25% จะให้รอมนีย์ ขณะที่ผู้ชมสูงถึง 50% ที่ยังคงไม่สามารถตัดสินใจเลือกได้ ไม่ต่างจากผลสำรวจของการดีเบตใน 2 ครั้งที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นอีกว่า ประธานาธิบดีโอบามายังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มสตรีอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 59% ต่อรอมนีย์ที่ 39% แต่หากเป็นกลุ่มผู้ชาย รอมนีย์จะได้รับความนิยมมากกว่า ที่ 53% ต่อโอบามาที่ได้ 43%
ภายหลังการดีเบตสิ้นสุดลง ผู้สมัครทั้งสองฝ่ายต่างเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มที่ภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่เพียง 2 อาทิตย์ โดยประธานาธิบดีโอบามามีกำหนดขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ใน 6 รัฐ ภายใน 2 วัน เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.เป็นต้นไป ขณะที่รอมนีย์มีแผนเดินทางเยือนรัฐต่างๆ ให้ได้วันละ 2-3รัฐ
เอพีรายงานว่า จนถึงขณะนี้มีผู้หย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วกว่า 4 ล้านคน ในจำนวนมากกว่า 12 รัฐทั่วประเทศ







