posttoday
พลังงานที่มาแรง

พลังงานที่มาแรง

21 ตุลาคม 2555

พลังงานถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกลด้วยแล้ว ความต้องการพลังงานนานาชนิดก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ในจำนวนนี้ พลังงานที่ใช้กันอย่างสิ้นเปลืองและมีแนวโน้มว่าจะขาดตลาดโลกในอีกไม่นานคือ พลังงานน้ำมัน ด้วยเหตุนี้จึงมีการวิเคราะห์และค้นหาพลังงานชนิดอื่นๆ มาทดแทนพลังงานดังกล่าว “ก๊าซธรรมชาติ” ถือเป็นพลังงานที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสายตาชาวจีน ดังเห็นได้จากการลงมือก่อสร้าง “โครงการส่งก๊าซธรรมชาติจากดินแดนตะวันตกมายังดินแดนตะวันออก” หรือเรียกกันในภาษาจีนว่า “ซีชี่ตงซู”

พลังงานถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกลด้วยแล้ว ความต้องการพลังงานนานาชนิดก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ในจำนวนนี้ พลังงานที่ใช้กันอย่างสิ้นเปลืองและมีแนวโน้มว่าจะขาดตลาดโลกในอีกไม่นานคือ พลังงานน้ำมัน ด้วยเหตุนี้จึงมีการวิเคราะห์และค้นหาพลังงานชนิดอื่นๆ มาทดแทนพลังงานดังกล่าว “ก๊าซธรรมชาติ” ถือเป็นพลังงานที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสายตาชาวจีน ดังเห็นได้จากการลงมือก่อสร้าง “โครงการส่งก๊าซธรรมชาติจากดินแดนตะวันตกมายังดินแดนตะวันออก” หรือเรียกกันในภาษาจีนว่า “ซีชี่ตงซู”

ท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่มีระยะทางมากกว่า 4,000 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นจากที่ราบถ่าหลี่มู่แหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ของเขตปกครองตนเองซินเจียงที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศ พาดผ่านมณฑลกานซู มณฑลเหลียวหนิง มณฑลส่านซี มณฑลซานซี มณฑลเหอหนาน มณฑลเจียงซู มณฑลอานฮุย มณฑลเจียงซู มาสิ้นสุดทางฝั่งตะวันออกที่มหานครเซี่ยงไฮ้ และยังมีเส้นทางส่งก๊าซธรรมชาติสายย่อยไปกวางเจาและฮ่องกง ถือเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ยังความสะดวกสบายมาสู่คนหลายล้านคน ซึ่งสามารถแจกจ่ายพลังงานไปสู่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในดินแดนนานกว่า 30 ปี

จริงๆ แล้ว ประเทศจีนถือเป็นดินแดนที่ค้นพบและใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติเป็นลำดับแรกๆ ของโลก แต่กลับมีพัฒนาการเป็นไปอย่างช้าๆ โดยในปี ค.ศ. 1988 มีสัดส่วนการใช้เพียงร้อยละ 2.1 เท่านั้น เมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้แล้วหมดไปชนิดอื่นๆ ทว่ากำลังผลิตและปริมาณความต้องการพลังงานดังกล่าวในตลาดโลกกลับเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 40 กว่าปีที่ผ่านมา ดังเห็นได้จากปริมาณการใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติในปี ค.ศ. 1988 มีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 23.8 ทำให้นักวิชาการคาดการณ์ว่า หลังจากปี ค.ศ. 2010 ปริมาณการใช้พลังงานชนิดนี้จะเพิ่มสูงขึ้นและมีบทบาทต่อพลังงานโลกเหนือพลังงานน้ำมันและพลังงานถ่านหิน ขึ้นแท่นเป็นแหล่งพลังงานอันดับหนึ่งของโลก ถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า “พลังงานแห่งศตวรรษที่ 21” กันเลยทีเดียว

นับแต่ปี ค.ศ. 2003 เป็นต้นมา ประเทศจีนกลายเป็นประเทศที่ใช้พลังงานมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา โดยใช้ถ่านหินและน้ำมันดิบเป็นหลัก ปริมาณการใช้ถ่านหินและน้ำมันดิบมีมากถึงร้อยละ 60-70 และร้อยละ 27 ตามลำดับ แต่ด้วยความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและสภาพอากาศของดินแดนฝั่งตะวันออกของประเทศที่เริ่มแบกรับสภาพการปล่อยมลภาวะทางอากาศ การปล่อยก๊าซพิษและฝุ่นละอองไม่ไหว ดังเห็นได้จากปริมาณฝนกรดที่ตกแถบเซี่ยงไฮ้และดินแดนภาคตะวันออกของจีนมีมากกว่าร้อยละ 10 ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงรณรงค์ให้เกิดการใช้พลังงานที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งในครัวเรือนและตามโรงงาน มีการผ่านกฎหมายและข้อบังคับการใช้พลังงานที่ปลอดสารพิษมากขึ้น

เนื่องจากก๊าซธรรมชาติมีประโยชน์ใช้สอยนานัปการ อาทิ เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้า เป็นแห

พลังงานที่มาแรง

ล่งวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี และสามารถใช้ในครัวเรือน ที่โดดเด่นคือ ก่อให้เกิดมลพิษในปริมาณไม่มาก ทำให้ชาวจีนหันมาตื่นตัวกับการใช้พลังงานชนิดนี้มากขึ้น ผลการเปรียบเทียบสัดส่วนมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการใช้ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติถือว่าแตกต่างกันมาก สัดส่วนของการปล่อยฝุ่นละอองอยู่ที่ระดับ 148:1 ขณะที่สัดส่วนของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ระดับ 700:1 ด้วยเหตุนี้ พลังงานก๊าซธรรมชาติจึงมีบทบาทในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานที่ช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของจีน และเป็นตัวเลือกที่สำคัญของการเป็นพลังงานทดแทนถ่านหิน ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศมาช้านาน

ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว คุณภาพชีวิตของชาวจีนก็ได้รับการยกระดับขึ้นตามลำดับ ผู้คนเริ่มตระหนักถึงการใช้พลังงานที่ปลอดมลพิษ มีประสิทธิภาพสูงและมีคุณภาพมากขึ้นทุกวัน โครงการส่งก๊าซธรรมชาติจากดินแดนตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออกถือเป็นการตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งพลังงานและการกระจายตัวของแหล่งพลังงานในประเทศที่ขาดความสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่า ความเจริญทางเศรษฐกิจของชาวจีนฝั่งตะวันออกจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประชากรตามเมืองใหญ่อาศัยกันอย่างหนาแน่น ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นทุกเวลา แต่ดินแดนแถบนี้กลับขาดแคลนแหล่งพลังงาน โดยมากมักต้องอาศัยการขนส่งมาจากดินแดนฝั่งตะวันตกที่อยู่ไกลโพ้น เป็นที่ทราบกันดีว่าดินแดนแถบตะวันตกเป็นแหล่งพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศ เฉพาะก๊าซธรรมชาติบนบกบริเวณที่ราบถาหลี่มู่มีปริมาณมากถึง 8 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 22 ของประเทศ ในเขตคู่คู่ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของที่ราบแห่งนี้พบก๊าซธรรมชาติมากถึง 2 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร ถือเป็นแหล่งรวมก๊าซธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่มาก ที่สำคัญก็คือ การค้นพบก๊าซธรรมชาติในพื้นที่แถบนี้ส่งผลให้ประเทศจีนกลายเป็นประเทศที่เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ของโลก รองจากรัสเซีย กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น

โครงการ “ซีชี่ตงซู” ถือเป็นสัญลักษณ์ของนโยบายการบุกเบิกดินแดนตะวันตกของประเทศ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของการใช้พลังงาน และก่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างดินแดนฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของประเทศ ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่แถบตอนกลางและตอนปลายของแม่น้ำแยงซีเกียงให้ดีขึ้น รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่ท่อส่งก๊าซพาดผ่าน ช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงานถ่านหิน เปลี่ยนข้อได้เปรียบทางด้านแหล่งพลังงานของดินแดนตะวันตกมาเป็นข้อได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ ผลักดันให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจของเขตปกครองตนเองซินเจียงและพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันตก

อานิสงส์จากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าว นอกเหนือจากการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของดินแดนฝั่งตะวันตกของประเทศแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสมัครสมานสามัคคีของชนในชาติได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันดินแดนฝั่งตะวันออกก็สามารถใช้พลังงานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ถือเป็นแบบอย่างของโครงการก่อสร้างแบบ WinWin ที่มีความลงตัวเป็นอย่างมาก

ปัจจุบัน โครงการเส้นที่ 1 สร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้งานมาเป็นเวลา 8 ปีแล้ว ขณะที่โครงการเส้นที่ 2 เพิ่งแล้วเสร็จ และเริ่มลงมือก่อสร้างโครงการเส้นที่ 3 การเตรียมตัวก่อสร้างโครงการเส้นที่ 4 และ 5 กำลังเดินหน้าต่อไป หลังจากที่โครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2015 เครือข่ายการส่งก๊าซธรรมชาติจะสามารถอำนวยความสุขให้แก่ชาวจีนนับล้านครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ทางดินแดนตะวันตกให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย