
รายได้เอกชนมะกันแย่ฉุดหุ้นดิ่งหนัก
ดาวโจนส์ร่วงต่ำสุดรอบ4เดือน‘แมคโดนัลด์กูเกิล’กำไรหด
ดาวโจนส์ร่วงต่ำสุดรอบ4เดือน‘แมคโดนัลด์กูเกิล’กำไรหด
หุ้นและน้ำมันดิ่งหลังผลประกอบการเอกชนมะกันน่าผิดหวัง กูเกิล แมคโดนัลด์ กำไรหด
ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงแรงเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการร่วงหนักสุดในรอบ 4 เดือน ภายหลังนักลงทุนต่างผิดหวังกับผลประกอบการอันอ่อนแอของบริษัทเอกชน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วง 1.5% หรือกว่า 200 จุด เอสแอนด์พีปรับลดลง 1.7% ขณะที่แนสแด็กร่วง 2.2%
“ผลประกอบการของบริษัทชื่อดังหลายแห่งน่าผิดหวังมาก โดยในบรรดา 80 บริษัทที่แถลงตัวเลขในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าภาคเทคโนโลยีย่ำแย่สุด” อาร์ต โฮแกน นักวางกลยุทธ์การตลาดจากสถาบันลาซาร์ด แคปปิตอล มาร์เก็ตส์ ในนครนิวยอร์ก กล่าว
ราคาหุ้นบริษัท กูเกิล เสิร์ชเอนจินชื่อดัง ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาลดลงอีก 13.21 เหรียญสหรัฐ ปิดที่ 681.79 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น หลังบริษัทเผยว่ารายได้ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ร่วงลง 20%
ขณะที่ผลกำไรของไมโครซอฟท์ ซึ่งดิ่งลง 22% ก็ฉุดราคาหุ้นลง 2.9% ปิดที่ราคา 28.64 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น
ด้านแมคโดนัลด์ เครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ เผยว่า กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ลดลง 3.5% น้อยกว่าคาดการณ์ของตลาดก่อนหน้านี้ และนับเป็นตัวเลขรายไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 9 ปี ส่งผลให้หุ้นบริษัทดิ่ง 4.5% ปิดที่ราคา 88.72 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น
ดอน ทอมป์สัน ซีอีโอแมคโดนัลด์ เปิดเผยว่า ยอดขายที่ลดลงนั้นเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐ รวมทั้งยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของหุ้นเจเนอรัล อีเลคทริค (จีอี) ปรับตัวลง 3.4% ปิดที่ 22.03 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เช่นเดียวกับหุ้นแอปเปิล ที่ร่วง 3.6% ปิดที่ 609.84 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ซึ่งนับเป็นราคาปิดต่ำสุดตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.
นอกจากนี้ ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ประกอบผลการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป (อียู ซัมมิต) ที่ไม่มีความคืบหน้าในการแก้วิกฤตหนี้ ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันดิบไลต์สวีต ส่งมอบเดือน พ.ย. ที่ตลาดไนเมกซ์ร่วง 2.05 เหรียญสหรัฐ ปิดที่ 90.05 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ในสัปดาห์หน้าจะถึงคิวแถลงตัวเลขของบรรดาบริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ซึ่งประกอบด้วยบริษัทในภาคการเงิน พลังงาน รวมทั้งผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตามองตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐในไตรมาส 3 ของปี ซึ่งรัฐบาลเมืองลุงแซมมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์หน้า m







