
จีนส่อเสียแชมป์เจ้าหนี้มะกัน
จีนส่อเสียแชมป์เจ้าหนี้สหรัฐรายใหญ่ให้ญี่ปุ่นครั้งแรก หลังลดการถือพันธบัตรสหรัฐ
จีนส่อเสียแชมป์เจ้าหนี้สหรัฐรายใหญ่ให้ญี่ปุ่นครั้งแรก หลังลดการถือพันธบัตรสหรัฐ
บลูมเบิร์กรายงานอ้างข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุอัตราการถือครองพันธบัตรสหรัฐของจีนตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ก.ค. ลดลง 0.2% หรือที่ 1.15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 34.5 ล้านล้านบาท) สวนทางกับญี่ปุ่นที่มีการถือครองเพิ่มขึ้น 5.6% หรือที่ 1.12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33.6 ล้านล้านบาท) กลายเป็นสัญญาณที่จีนจะเสียแชมป์เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐให้กับญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตการเงินในปี 2551
รายงานคาดการณ์ว่า ญี่ปุ่นน่าจะขึ้นนำเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐในเดือน พ.ย.ปีนี้ อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังสหรัฐจะเปิดเผยบันทึกเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศประจำเดือน ส.ค. ในวันที่ 15 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ)
สำหรับการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของจีนเคยพุ่งสูงที่สุดที่ 1.31 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 39.3 ล้านล้านบาท) ในเดือน ก.ค. 2554 ซึ่งถือว่าเพิ่มสูงขึ้น 200% นับตั้งแต่ปี 2550 ก่อนที่จะค่อยๆ ลดระดับลง โดยปัจจุบันจีนลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงแล้ว 12% สวนทางกับญี่ปุ่นที่เพิ่มการถือครองขึ้น 27%
บลูมเบิร์กรายงานว่า หากญี่ปุ่นกลายเป็นชาวต่างชาติที่ถือครองหนี้สหรัฐมากที่สุด ผู้ที่จะได้รับผลกระทบหนักสุดในขณะนี้ คือ นักการเมืองสหรัฐ โดยเฉพาะผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันอย่าง มิตต์ รอมนีย์ เนื่องจากไม่มีประเด็นโจมตีพรรคฝ่ายตรงข้าม
ทั้งนี้ รอมนีย์ใช้จีนโจมตีนโยบายประธานาธิบดี บารัก โอบามา จากพรรคเดโมแครตมาตลอด โดยประเด็นกล่าวหาอยู่ที่จีนจงใจแทรกแซงค่าเงินหยวนและทุ่มซื้อพันธบัตรสหรัฐ เพื่อให้เงินหยวนอ่อนค่าจนได้เปรียบดุลการค้า
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการถือครองหนี้สหรัฐโดยชาวต่างชาติ ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับนักการเมือง เพราะต่างเกรงว่าราคาพันธบัตรอาจลดต่ำจนทำให้ต้องเพิ่มอัตราผลตอบแทนหากมีการเทขาย ซึ่งจะส่งผลต่อดุลการค้าของประเทศในที่สุด







