
'ดีเบต'รอบ2ชิงปธน.สหรัฐดุเดือด
โอบามา ดีเบต รอมนีย์ รอบ2ชิงประธานาธิบดีสหรัฐ ดุเดือด โพลล์ ซีเอ็นเอ็นชี้คะแนนผู้นำสหรัฐตีตื้น
โอบามา ดีเบต รอมนีย์ รอบ2ชิงประธานาธิบดีสหรัฐ ดุเดือด โพลล์ ซีเอ็นเอ็นชี้คะแนนผู้นำสหรัฐตีตื้น
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต และนายมิตต์ รอมนีย์ จากพรรครีพับลิกัน โต้วาทีนัดที่สองที่เมืองเฮมป์สเตด รัฐนิวยอร์ก ในเวลา 21.00 น.วันอังคารตามเวลาสหรัฐ ตรงกับเวลา 08.00 น.วันนี้ตามเวลาในไทย โดยประเด็นร้อนแรงยังคงเป็นเรื่องเศรษฐกิจ
การโต้วาทีมีกำหนดเวลาทั้งหมด 90 นาที ในรูปแบบทาวน์ฮอลล์ คือให้ผู้เข้าร่วมฟังเป็นผู้ถามคำถามโดยตรง เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครประมาณ 80 คน คู่ชิงชัยไม่สามารถคาดเดาคำถามได้ล่วงหน้า เพราะอาจมีตั้งแต่เรื่องภาษี การสร้างงานไปจนถึงนโยบายต่างประเทศ โดยมีแคนดี้ โครวลีย์ หัวหน้าข่าวการเมืองสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ทำหน้าที่เป็นพิธีกรโอบามา มีท่าทีขึงขังและก้าวร้าวมากขึ้นเมื่อเทียบกับการโต้วาทีครั้งก่อน ขณะที่ รอมนีย์ ยังคงยิ้มแย้มเหมือนครั้งก่อน
โอบามา พยายามเปิดเกมรุกหนักหวังทำคะแนนคืน ด้วยการกล่าวหามิตต์ รอมนีย์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันว่า มีนโยบายหาเสียงที่เต็มไปด้วยการโกหกคำโต ส่งผลให้เกิดการตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนระหว่างโอบามาและรอมนีย์ในเรื่องนโยบายต่างๆ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการโต้วาที คือ เหตุบุกสถานกงสุงสหรัฐสหรัฐที่ลิเบีย ทำให้ทูตสหรัฐประจำกรุงตริโปลี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทูตอีก 3 คน เสียชีวิต หลังจากที่เมื่อวานนี้ นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ แถลงแสดงความรับผิดชอบ โดยให้เหตุผลว่าการดูแลเจ้าหน้าที่ทางการทูตสหรัฐนอกประเทศเป็นงานของตัวเอง เมื่อเจ้าหน้าที่เสียชีวิต จึงถือเป็นความผิดของตัวเอง ทั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่านางคลินตันพยายามดึงกระแสโจมตีว่าเป็นความผิดของประธานาธิบดีโอบามา เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเลือกตั้งในวันที่ 6 พ.ย.
ทั้งสองเดินหน้าปะทะกันอย่างเผ็ดร้อน ในประเด็นเรื่องนโยบายพลังงาน โดยนายรอมนีย์แสดงการท้าทายนายโอบามาให้อธิบายถึงการผลิตน้ำมันและแก๊สในพื้นที่สัมปทานของรัฐว่าเป็นอย่างไรในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ทั้งสองจะโต้ตอบกันไปมา โดยนายโอบามากล่าวแทรกนายรอมนีย์เป็นระยะ
นายรอมนีย์กล่าวว่า ราคาพลังงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่นายโอบามารับตำแหน่ง เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าตัว แต่นายโอบามายืนยันว่า นั่นเป็นเพราะเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะล่มสลายในช่วงต้นปี 2009 และพูดถากถางนายรอมนีย์ว่า นายรอมนีย์อาจทำให้ราคาลดลงได้เพราะนโยบายด้ายเศรษฐกิจขของเขาจะทำให้เศรษฐกิจล่มเสียเอง
นอกจากนั้น ทั้งสองยังกล่าวถึงและพูดกระตุ้นความรู้สึกของกลุ่มชนชั้นกลางอยู่บ่อยครั้ง นายโอบามากล่าวว่า เขาลดภาษีเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชนชั้นกลางและธุรกิจขนาดเล็กในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่กล่าวว่า หากอเมริการู้สึกกังวลต่อการปรับลดการขาดดุล คนร่ำรวยอาจจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นอีกนิด และตำหนินายรอมนีย์ ที่คิดจะเอาประชาชนกว่า 98% เป็นตัวประกัน เนื่องจากต้องการลดภาษีให้คนรวย 2%
ด้านนายรอมนีย์กล่าวโต้ว่า เขาไม่มีนโยบายลดภาษีเพื่อให้กลุ่มคนร่ำรวยที่สุด และยืนยันว่า กลุ่มคนรวยที่สุด 5% แรก จะยังคงจ่ายภาษี 60% เช่นเดิมต่อไป และยังกล่าวถึงผู้มีสิทธิลงคะแนนที่เป็นสตรี ที่ยังคงประสบภาวะความยากจนถึงกว่า 3.5 ล้านคน
นายโอบามากล่าวว่า ประชาชนยังคงไม่ได้นโยบายที่เป็นประโยชน์จากแผนการด้านภาษีของเขา นอกเหนือจากการตัดรายการ"เซซามี สตรีท" รายการเด็กทางโทรทัศน์ชื่อดัง ออกจากผังของสถานีโทรทัศน์ รวมถึงการตัดเงินสนับสนุนแก่องค์กร"แพลน พาเรนต์ฮู้ด" องค์กรเพื่อการวางแผนครอบครัว ที่พรรครีพับลิกันกล่าวว่าสนับสนุนการทำแท้ง
ทั้งนี้ ก่อนหน้าการดีเบตยกที่ 2 จะเปิดฉาก คะแนนนิยมของโอบามาและรอมนีย์ค่อนข้างสูสี โดยผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสล่าสุดระบุโอบามายังนำรอมนีย์อยู่ที่ร้อยละ 46 ต่อ 43 ขณะที่ผลสำรวจของแกลลัป/ยูเอสเอ ทูเดย์ ชี้ว่า รอมนีย์มีคะแนนนิยมนำห่างโอบามาไปแล้วโดยเฉลี่ยถึง 4 จุดใน 12 รัฐสำคัญ
ล่าสุด ผลโพลล์หลังดีเบต ซีเอ็นเอ็น ให้โอบามา เป็นผู้ชนะ 46% ต่อ 39%
ส่วนการโต้วาทีนัดสุดท้ายจะมีขึ้นในวันจันทร์หน้าตามเวลาสหรัฐฯ ที่รัฐฟลอริดา โดยจะมุ่งเน้นประเด็นนโยบายต่างประเทศ







