
IMFแนะอียูเร่งปฏิรูปนโยบาย
มุ่งกระตุ้นเติบโตควบรัดเข็มขัดเตือนเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว
มุ่งกระตุ้นเติบโตควบรัดเข็มขัดเตือนเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว
ปิดม่านประชุมไอเอ็มเอฟ พร้อมใจกดดันยุโรป เร่งปฏิรูปนโยบาย “เป็นมิตรกับการเติบโต” ย้ำ ศก.โลกขาลง
คณะกรรมการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเรียกร้องให้ยุโรปเร่งปฏิรูปนโยบายการเงินที่มุ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการใช้มาตรการรัดเข็มขัดให้สมดุลกันอย่างเร่งด่วน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น ในระหว่างการประชุมประจำปีที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันสุดท้าย ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านไอเอ็มเอฟของชาวญี่ปุ่นหลายร้อยคน
“เศรษฐกิจโลกได้ชะลอการเติบโตลง และปัจจัยความไม่แน่นอนและความเสี่ยงต่างๆ ยังคงอยู่ ดังนั้นสารพัดนโยบายทางการเงินของแต่ละชาติ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปควรปรับเปลี่ยนให้ ‘เป็นมิตร’ กับการเติบโตให้มากที่สุด” แถลงการณ์ระบุ
พร้อมกันนี้ คณะกรรมการไอเอ็มเอฟยังได้เสนอแผนการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นแนวทางให้นานาประเทศปรับใช้เพื่อส่งเสริมให้การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยมีกำหนดติดตามผลความคืบหน้าของแผนการดังกล่าวในการประชุมไอเอ็มเอฟครั้งต่อไป ในเดือน เม.ย. ปี 2556
แถลงการณ์ของไอเอ็มเอฟสอดคล้องกับความเห็นของ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่เรียกร้องให้จีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เร่งปรับนโยบายทางการเงิน เพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากเห็นว่า จีนจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นตัวจากวิกฤตได้
อย่างไรก็ตาม เวย์น สวอน รัฐมนตรีคลังออสเตรเลีย เห็นว่า แต่ละประเทศควรเร่งแก้ไขวิกฤตการเงินในประเทศโดยเร่งด่วน เนื่องจากเอเชียไม่สามารถกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจโลกได้เพียงลำพัง
ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมได้เกิดเหตุวุ่นวายเล็กน้อย หลังกลุ่มผู้ประท้วงชาวญี่ปุ่นหลายร้อยคน รวมตัวกันเดินขบวนผ่านย่านกินซ่าใกล้โตเกียว อินเตอร์เนชันแนล ฟอรัม สถานที่จัดการประชุม เพื่อต่อต้านไอเอ็มเอฟ ส่งผลให้ต้องมีการวางกำลังตำรวจตามจุดต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างแน่นหนา
ทางด้านกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งถือป้ายประท้วงเรียกร้องให้คืนอำนาจสู่ประชาชน พร้อมขอให้ยุบกองทุนดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า นโยบายของไอเอ็มเอฟไม่สามารถช่วยฟื้นฟูให้หลายประเทศหลุดพ้นจากภาวะยากจนได้







