posttoday
ปิดฉากรบ40ปี-ปินส์ยุติศึกกบฏโมโร

ปิดฉากรบ40ปี-ปินส์ยุติศึกกบฏโมโร

08 ตุลาคม 2555

บรรลุกรอบสันติภาพ ให้ปกครองกึ่งหนึ่งยุติศึก1.5แสนศพ

บรรลุกรอบสันติภาพ ให้ปกครองกึ่งหนึ่งยุติศึก1.5แสนศพ

ฟิลิปปินส์ลงนามสันติภาพกับกบฏมุสลิมโมโรสำเร็จ ยอมแบ่งอำนาจให้ดูแลตนเองกึ่งหนึ่ง สร้างนิมิตหมายความสงบหลังสู้รบมานาน 40 ปี

ประธานาธิบดีเบนิโญ อาคิโน ที่ 3 แห่งฟิลิปปินส์ ประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นกับกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร (เอ็มไอแอลเอฟ) ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 7 ต.ค. พร้อมตกลงในหลักการกว้างๆ ที่จะให้จัดตั้งเขตกึ่งปกครองตนเองบังซาโมโร บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏ ทำให้ความขัดแย้งของสองฝ่ายที่ดำเนินมากว่า 40 ปี และคร่าชีวิตผู้คนกว่า 1.5 แสนคน ยุติลงชั่วคราว

“กรอบข้อตกลงนี้จะปูทางไปสู่ความสงบอย่างยั่งยืนสำหรับมินดาเนา” เอเอฟพี อ้างคำกล่าวของผู้นำฟิลิปปินส์

สำหรับการจัดตั้งเขตกึ่งปกครองตนเองนั้น รัฐบาลจะให้สิทธิการจัดเก็บรายได้และภาษีที่เป็นธรรมมากขึ้น ทว่าจะยังคงกุมสิทธิขาดในด้านความมั่นคงและนโยบายการเงิน โดยมีการบรรลุกรอบข้อตกลงที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมาเลเซียเป็นคนกลางในการเจรจา

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองฝ่ายจะแสดงเจตนารมณ์ที่ดีในการมุ่งสร้างสันติภาพและต้องการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายให้สำเร็จก่อนกลางปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่ อาคิโน จะหมดวาระ แต่ยังต้องเผชิญความท้าทายอีกมาก เพราะต้องขอความเห็นชอบจากประชาชนทั้งประเทศผ่านการลงประชามติเสียก่อน อีกทั้งยังมีบทเรียนความล้มเหลวในการจัดทำข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มกบฏครั้งที่ผ่านมา อาทิ ในสมัยของอดีตประธานาธิบดี กลอเรีย อาร์โรโย เมื่อปี 2551 ซึ่งเกิดการต่อต้านของกลุ่มการเมืองภายในที่ส่วนใหญ่เป็นชาวคริสเตียน

ทั้งนี้ เอ็มไอแอลเอฟ คือกลุ่มกบฏมุสลิมที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนเกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน หลังจากที่ในปี 2539 กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอีกกลุ่มหนึ่ง ยอมทำข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลกลาง

อย่างไรก็ตาม แม้จะถือว่าเป็นผลงานความคืบหน้าครั้งใหญ่ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ ทว่าในส่วนของปัญหาคอร์รัปชันนั้น รัฐบาลยังคงเผชิญปัญหานี้อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณะกรรมาธิการด้านการตรวจสอบบัญชี (ซีโอเอ) ของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2554 ที่ผ่านมานั้น รั่วไหลไปกับการทุจริตและการใช้จ่ายอย่างไม่มีประสิทธิภาพมากถึง 1,000 ล้านเปโซ (ราว 740 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ซีโอเอยังพบข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณและการบริหารสินทรัพย์ที่ผิดกฎหมายในช่วงที่ อาร์โรโย บริหารประเทศระหว่างปี 2550–2552 เป็นจำนวนถึง 2,460 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.38 หมื่นล้านบาท) หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.6% ของงบประมาณประเทศในปีนี้ โดยการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา โดยได้ตรวจสอบองค์กรและหน่วยงานรัฐบาลถึง 6.1 หมื่นแห่ง ซึ่งการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินภาครัฐมีมากกว่า 4,000 กรณี

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย