
‘จีน’เผยคาดการค้าขาดดุลครั้งแรก
โพสต์ทูเดย์
— จีนเผยคาดการณ์การค้าเดือน มี.ค. อาจขาดดุลเป็นครั้งแรก เป็นเพราะนำเข้าเยอะ ไม่เกี่ยวกับค่าเงินหยวนเฉินเต้อหมิง รัฐมนตรีพาณิชย์จีน เปิดเผยในเวทีสัมมนาไชนา ดีเวลอปเมนท์ ฟอรัม ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า จีนอาจจะพบกับการขาดดุลการค้าในเดือน มี.ค. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีทีเดียว พร้อมกันนั้นรัฐมนตรีจีนยังคงยืนกรานปฏิเสธแรงกดดันจากสหรัฐที่ให้จีนผ่อนคลายการควบคุมเงินหยวนอีกครั้งหนึ่งด้วย
เฉิน กล่าวว่า ดุลการค้าของจีนในระหว่างเดือน ม.ค.ก.พ. นั้น ลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งๆ ที่ค่าเงินหยวนเองก็ยังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ซึ่งหมายความว่าค่าเงินหยวนไม่ได้ส่งผลต่อการค้าขาดดุลของสหรัฐ
ดังนั้น การขาดดุลการค้าของจีนในเดือน มี.ค.นี้ ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสินค้านำเข้าที่มากขึ้นของจีน เนื่องจากจีนสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ค่อนข้างเร็วกว่าในสหรัฐและยุโรป
“
โดยส่วนตัวแล้ว ผมคาดว่าเราจะพบกับการขาดดุลการค้าในเดือน มี.ค.นี้” เฉิน กล่าวทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้วการค้าเกินดุลของจีนลดลงมาอยู่ที่ 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อรวมกับเดือน ม.ค. การค้าเกินดุลของจีนก็จะอยู่ที่ 2.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
“
ไม่ว่าจะในเชิงทฤษฎีหรือเชิงปฏิบัติแล้วจะเห็นว่าบทบาทของค่าเงินหยวนต่อการค้านั้นมีอย่างจำกัดมาก” เฉิน กล่าวสำหรับอัตราการค้าเกินดุลต่อสหรัฐในระหว่างเดือน ม.ค. และก.พ. นั้นก็ลดลงถึง 27% มาอยู่ที่ 2.09 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขรวมจากการค้าระหว่างจีนกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกทั้งหมด ซึ่งจีนเองก็ขาดดุลการค้ากับออสเตรเลีย บราซิล และไต้หวัน และประเทศอื่นๆ จำนวนมาก เนื่องจากต้องนำเข้าวัตถุดิบและแร่ต่างๆ จากประเทศเหล่านี้เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก
รายงานระบุว่า การเปิดเผยของรัฐมนตรีจีนในครั้งนี้ น่าจะเป็นการลดแรงเสียดทานต่อแรงกดดันจากสหรัฐ และยุโรปครั้งสำคัญ หลังจากที่จีนถูกกดดันมาตลอดให้ผ่อนคลายการควบคุมเงินหยวนลง ซึ่งสหรัฐเห็นว่าจีนใช้นโยบายเงินหยวนซึ่งปัจจุบันอ่อนค่ากว่าความเป็นจริงอยู่ราว 40% เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบในการค้าโลก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแต่ภาคการผลิตและภาคแรงงานในสหรัฐ ซึ่งในเดือนหน้าถ้าหากกระทรวงการคลังสหรัฐได้ระบุลงไปในรายงานประจำเดือนว่าจีนอุดหนุนสินค้าด้วยการใช้นโยบายคุมค่าเงินจริง ก็จะส่งผลให้สหรัฐต้องดำเนินการคว่ำบาตรทางการค้ากับจีนด้วย







