
เตือนศก.โลกซึมยาว10ปี 'สเปน'...ลั่นไม่ขอเงินยุโรป
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นข่าวความเคลื่อนไหวของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นข่าวความเคลื่อนไหวของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งล่าสุดได้ออกโรงเตือนว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งเริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี 2551 ในสหรัฐต่อเนื่องมายังวิกฤตหนี้ยุโรปนั้น จะกินเวลานานไปถึง 10 ปี ท่ามกลางวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปที่ส่อเค้าทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐที่เรื้อรังมากขึ้นเรื่อยๆ
“แม้จะยังไม่ถึงขั้นเป็นทศวรรษที่หายไป แต่คาดว่าอาจใช้เวลานานถึง 10 ปี กว่าที่เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้อีกครั้ง” โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ ระบุ
ทั้งนี้ บลองชาร์ด ย้ำชัดว่า ยุโรป ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตหนี้ครั้งรุนแรง จำเป็นต้องเดินหน้าไปสู่การรวมตัวด้านการคลังและการเมือง เพื่อความอยู่รอดของสกุลเงินยูโร
ในส่วนของความเคลื่อนไหวของสเปนนั้น ล่าสุดรัฐมนตรีเศรษฐกิจของแดนกระทิงดุ ยืนยันว่า ประเทศไม่จำเป็นต้องขอเงินช่วยเหลือจากยุโรป ดังเช่นที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง สอดคล้องกับความเห็นของนายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราฮอย ของสเปน ก่อนหน้านี้
ด้านรัฐบาลสเปนคาดการณ์ว่า ระดับหนี้สาธารณะของประเทศอาจพุ่งแตะ 85.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้และแตะ 90.5% ของจีดีพีในปีหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือภาคธนาคารของประเทศ ขณะที่การขาดดุลงบประมาณจะอยู่ที่ 7.4%
รอมนีย์ พลิกชนะ โอบามาศึกดีเบต
นักวิเคราะห์ยกให้ มิตต์ รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ และผู้ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในศึกเลือกตั้งเดือน พ.ย.นี้ ชนะประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในการโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์รอบแรกเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีท่าทีที่ดุดัน ประกอบกับพูดจาชัดเจนและตรงประเด็นมากกว่าผู้นำสหรัฐ
ซีเอ็นเอ็นเปิดเผยผลสำรวจจากมุมมองของผู้ชม พบว่า รอมนีย์ มีคะแนนนำโอบามา อย่างขาดลอยที่ 67% ต่อ 25%
ทั้งนี้ โอบามา ได้โจมตีนโยบายการลดภาษีของ รอมนีย์ ว่าจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้มากถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากภาษีส่วนใหญ่มาจากคนรวย และจะทำให้ชนชั้นกลางแบกรับภาระมากขึ้น ขณะที่ รอมนีย์ กล่าวว่า นโยบายการลดภาษีไม่ได้ลดภาษีแบบใหญ่โต และจะไม่เป็นการลดรายได้ของภาครัฐลงแน่นอน เนื่องจากจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้จ่ายภาษีกลับไปยังรัฐได้มากขึ้นตาม
นอกจากนี้ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ ยังได้โจมตี โอบามา ว่าการบริหารงานที่มุ่งเน้นการกระตุ้นรายจ่าย ทำให้ยอดหนี้สาธารณะในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งล่าสุดนั้นพุ่งไปถึง 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โอบามา ได้ออกโรงกล่าวหา รอมนีย์ ว่า ไม่ซื่อสัตย์ต่อชาวอเมริกันในระหว่างการโต้วาทีครั้งนี้ เนื่องจากเปลี่ยนท่าทีต่อนโยบายต่างๆ อย่างชัดเจน
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า เป็นเพียงข้ออ้างของโอบามา หลังโต้วาทีได้อย่างน่าผิดหวัง
ศก.เอเชียโตต่ำสุดรอบ 3 ปี
การผลิตจีนหด 2 เดือนติด
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชียในปีนี้ จากเดิม 6.9% ลงมาอยู่ที่ 6.1% ซึ่งถือเป็นอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2552 โดยให้เหตุผลว่า เป็นผลมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนกับอินเดีย รวมถึงผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยูโรโซน และการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน เปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) เดือน ก.ย.ปีนี้ ซึ่งใช้เป็นมาตรวัดการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมในประเทศ พบว่ายังคงอยู่ในภาวะหดตัวที่ 49.8 จุด นับเป็นเดือนที่สองติดต่อกันที่ดัชนีพีเอ็มไอจีนอยู่ในแดนถดถอย







