
ญี่ปุ่นปูพรมรุกพม่าเต็มที่
ใช้ล็อบบี้ยิสต์มือเก๋าเชื่อมเต็งเส่งให้ใจ‘หว่านเงินกู้-ยกหนี้’ไม่อั้น
ใช้ล็อบบี้ยิสต์มือเก๋าเชื่อมเต็งเส่งให้ใจ‘หว่านเงินกู้-ยกหนี้’ไม่อั้น
สื่อนอกเจาะลึกญี่ปุ่นวางเครือข่ายความสัมพันธ์และเศรษฐกิจในพม่าอย่างเต็มรูปแบบ ขึ้นแท่นมหามิตรเบอร์ 1 ของพม่า
รอยเตอร์สเปิดเผยรายงานพิเศษว่า ภาครัฐและภาคธุรกิจญี่ปุ่นในรูปแบบของเจแปน อิงค์ ได้บุกตะลุยเข้าไปวางรากฐานทาเศรษฐกิจในพม่าอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งหลังจากที่ผ่านมา 1 ปีเต็ม นับตั้งแต่ที่ล็อบบี้ยิสต์คนสำคัญของญี่ปุ่นเริ่มการเจรจากับฝ่ายพม่า ญี่ปุ่นก็ได้กลายเป็นนักลงทุนและผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดให้กับพม่าไปแล้วในวันนี้
การรุกคืบอย่างเต็มระบบของญี่ปุ่น เริ่มต้นมาจากการเจรจาระหว่าง ฮิเดโอะ วาตานาเบะ ล็อบบี้ยิสต์และนักการเมืองรุ่นใหญ่วัย 78 ปี กับประธานาธิบดี เต็งเส่ง ของพม่า เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว โดยพม่าซึ่งกำลังมองหานักลงทุนรายใหญ่ที่ต้องมาพร้อมกับเงินลงทุนมหาศาล ได้ยื่นข้อเสนอให้ญี่ปุ่นเข้าไปพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษถิละวา
“ท่านเต็งเส่งพูดว่า วาตานาเบะซัง ผมมีบางสิ่งจะมอบให้ ท่านสั่งให้เลขาฯ ไปนำเอกสารบางอย่างมา และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เข้าไปยังถิละวา” วาตานาเบะ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมญี่ปุ่นพม่า ให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นการเชื่อมสัมพันธ์ลงทุนกับพม่าที่เขตเศรษฐกิจพิเศษถิละวา
รายงานซึ่งได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ นักธุรกิจ และนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกว่า 50 คน ระบุว่า ผลจากการเจรจาที่เริ่มขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้ญี่ปุ่นขยับขึ้นเป็นนักลงทุนและผู้บริจาครายใหญ่ในพม่า โดยได้เข้าไปลงทุน ช่วยยกหนี้และมอบความช่วยเหลือต่างๆ รวมอย่างน้อย 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.53 แสนล้านบาท)
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าญี่ปุ่นมีแผนจะเสนอเงินกู้ล็อตใหม่ให้พม่าอีก 32000 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.83 หมื่นล้านบาท) เพื่อร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวาย ไปสู่การเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
วงเงินลงทุนและการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ส่งผลให้ญี่ปุ่นกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ช่วยพลิกโฉมพม่า แซงหน้าสหรัฐซึ่งให้บริจาคเงินช่วยเหลือเพียง 76 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,340 ล้านบาท) ระหว่างปี 2011–2012 และยังมากกว่าความช่วยเหลือระยะเวลา 2 ปีจากสหภาพยุโรปที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย (ราว 6,150 ล้านบาทด้วย)
อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์สได้ระบุถึงความเสี่ยงของกลุ่มทุนญี่ปุ่นที่เร่งรีบเข้าไปเจาะตลาดพม่าในครั้งนี้ด้วยว่าอาจเสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ เนื่องจากอาจต้องดำเนินธุรกิจร่วมกับเศรษฐีพม่าที่ถูกขึ้นบัญชีดำในสหรัฐ
นอกจากนี้ แผนการลงทุนของญี่ปุ่นก็ยังมีขึ้นก่อนที่จะได้เห็นความชัดเจนในกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในพม่า ซึ่งปัจจุบันได้ถูกประธานาธิบดีตีกลับให้รัฐสภาไปพิจารณาใหม่อีกครั้งด้วย







