
3 ค่ายรถใหญ่หั่นราคาการผลิดผวากระแสต้านในจีน
3 ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นปรับลดการผลิตในจีนลง เหตุกระแสต้านญี่ปุ่นกระพือหนัก
3 ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นปรับลดการผลิตในจีนลง เหตุกระแสต้านญี่ปุ่นกระพือหนัก
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น 3 ค่าย โตโยต้า นิสสัน และฮอนด้า เปิดเผยว่า กำลังปรับลดยอดการผลิตรถในเดือนนี้ลงอีก เนื่องจากผลกระทบจากกระแสการต่อต้านญี่ปุ่นของประชาชนชาวจีนที่ลุกลามไปกว่า 80 เมืองทั่วประเทศ ทำให้ความต้องการรถยนต์จากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นในตลาดภายในจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง
“ผลกระทบจากกระแสการต่อต้านญี่ปุ่นในจีนจะยังไม่ปรากฏออกมาในตัวเลขผลผลิตเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แต่จะได้เห็นในเดือนนี้ เนื่องจากขณะนี้เราได้เห็นยอดสั่งซื้อลดลงแล้ว” ยูริกะ โมโตโยชิ โฆษกของบริษัท โตโยต้า กล่าว พร้อมกับเสริมว่า การผลิตในโรงงานที่มณฑลกว่างโจว เทียนจิน จะปิดตัวลงในวันที่ 26 ก.ย.นี้ และจะกลับกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งในวันที่ 8 ต.ค. ส่วนโรงงานที่มณฑลเสฉวน จะกลับมาผลิตอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย.
โจอิชิ ทาชิคาวา โฆษกโตโยต้าอีกราย กล่าวว่า บริษัทจะปรับกำลังการผลิตใหม่เพื่อสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในความต้องการซื้อของตลาดจีน ในขณะที่ คริส คีฟฟี โฆษกของบริษัท นิสสัน กล่าวว่า จะปิดโรงงานลงในวันนี้และกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งในวันที่ 8 ต.ค. หากสถานการณ์ในตลาดยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากที่เป็นอยู่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่น เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า บริษัทผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นหลายรายมีแผนจะไม่ผลิตรถในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งส่งผลให้หุ้นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลงไปตามๆ กัน โดยนิสสันลดลง 2.6% ที่ 664 เยน โตโยต้าลดลง 2.7% และฮอนด้าลดลง 4.2%
ด้าน ฮานเว่ยฉี นักวิเคราะห์บริษัท ซีเอสซี อินเตอร์เนชันแนล สาขาเซี่ยงไฮ้ ให้ความเห็นว่า การตัดลดยอดการผลิตของค่ายรถจากญี่ปุ่นนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นสถานการณ์ที่สวนทางกับเมื่อปีก่อนๆ ที่ในช่วงเวลานี้ค่ายรถต่างๆ จะเร่งผลิตรถออกมา เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค. ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าตลาดรถยนต์ของบริษัทญี่ปุ่นจะถูกบริษัทอเมริกาและเยอรมนีแย่งส่วนแบ่งในตลาดไปในที่สุด
ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เปิดเผยว่า ส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ของบริษัทญี่ปุ่นทั้งหมดในปีนี้จะลดลงมาอยู่ที่ 22% สวนทางกับบริษัทเยอรมนีที่จะเพิ่มไปที่ 22.5% นอกจากนี้ในเดือนที่ผ่านมายอดขายรถยนต์ของบริษัทญี่ปุ่นทั้งหมดในจีนลดลงอย่างมาก ขณะที่บริษัทเยอรมนี สหรัฐ และเกาหลีใต้ จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 10%
ปัจจุบันค่ายผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศตะวันตกและเกาหลีใต้หันมาใช้กลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าชาวจีนหันมาสนใจมากขึ้น ในขณะที่กระแสต่อต้านญี่ปุ่นกำลังโหมกระพืออย่างรุนแรง และนำไปสู่การต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความต้องการรถจากบริษัทญี่ปุ่นก็ยังได้รับผลกระทบจากกรณีความขัดแย้งความขัดแย้งด้านพรมแดนระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศอื่นๆ อีกด้วย อาทิ กรณีหมู่เกาะทาเคชิมา หรือดอกโต ที่ยังคงเป็นข้อพิพาทกับเกาหลีใต้ รวมไปถึงการลุกลามของกระแสความขัดแย้งในเรื่องหมู่เกาะเตียวหยู หรือเซนกากุ ที่ขณะนี้ได้ลุกลามไปยังไต้หวันแล้ว
ข้อมูลจากหอการค้าและอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ เผยว่า ยอดขายรถยนต์จากบริษัทญี่ปุ่นทั้งหมดในเกาหลีใต้ลดลงมากถึง 12%
“หากชาวจีน เกาหลีใต้ และไต้หวันไม่ซื้อรถยนต์จากบริษัทญี่ปุ่น ยอดขายบริษัทรถจากญี่ปุ่นก็จะได้รับความเสียหาย และจะส่งผลต่อราคาหุ้น” ซากุราอิ นักวิเคราะห์ บริษัท ฟูโกกุ แคปปิตอล กล่าว
ทางด้านความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้ไขความขัดแย้งในเรื่องพรมแดนของหมู่เกาะเตียวหยู หรือเซนกากุ ในระดับรัฐบาลนั้น ล่าสุดรัฐมนตรีต่างประเทศจากทั้งญี่ปุ่นและจีน ได้เปิดการเจรจาในช่วงนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวานนี้ ซึ่งระหว่างการหารือได้ดำเนินไปอย่างตึงเครียด เนื่องจากไม่มีฝ่ายใดยอประนีประนอม
หยางเจี๋ยฉือ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้กล่าวกล่าวย้ำว่า จีนจะไม่อดทนต่อการกล่าวอ้างอธิปไตยบนหมู่เกาะดังกล่าวของญี่ปุ่น ขณะที่ โคอิจิโร เกมบะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า สถานการณ์ในที่ประชุมนี้เป็นไปอย่างตึงเครียดอย่างที่สุด ซึ่งการหารือดังกล่าวถือเป็นการหารือกันระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม โอซามุ ฟูจิมูระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวว่า การหารือดังกล่าวแม้ว่าจะไม่มีผลสรุปออกมาที่คืบหน้ามากนัก เนื่องจากไม่มีทางลัดพิเศษที่จะมาแก้ปัญหาทางการทูตได้ แต่ทว่าทั้งสองได้เห็นพ้องและตกลงกันในเรื่องการรักษาช่องทางการติดต่อกันในระดับคณะทำงานเอาไว้
ด้านกองทัพเรือของจีน ได้ประกาศศักดาถึงความยิ่งใหญ่ของกองทัพ ด้วยการนำเรือบรรทุกเครื่องบินรบชื่อว่า เหลียวหนิง ซึ่งถือเป็นลำแรกของกองทัพจีนออกประจำการที่มณฑลต้าเหลียน ทั้งนี้เรือรบดังกล่าวเป็นเรือที่จีนซื้อและนำมาปรับปรุงขึ้นใหม่ต่อมาจากยูเครน ซึ่งเป็นเรือที่ยังสร้างไม่เสร็จตั้งแต่ในสมัยอดีตสหภาพโซเวียต
เรือรบเหลียวหนิง มีความยาวจากหัวถึงท้าย 302 เมตร สูง 70.5 เมตร วิ่งได้ด้วยความเร็ว 2931 นอต และสามารถบรรทุกเครื่องบินรบได้ 50 ลำ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางรัฐบาลได้ย้ำเรือดังกล่าวมีขึ้นเพื่อภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและรักษาสันติภาพ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า จีนกำลังหันมาให้ความสนใจต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ทางทะเลมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีความขัดแย้งด้านพรมแดนในทะเลกับหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้







