
พิพาทเกาะเสี่ยงฉุดศก.จีน
กูรูเตือนพิพาทหมู่เกาะจีนกับญี่ปุ่นเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจมังกร เหตุยังต้องพึ่งเทคโนโลยีญี่ปุ่น
กูรูเตือนพิพาทหมู่เกาะจีนกับญี่ปุ่นเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจมังกร เหตุยังต้องพึ่งเทคโนโลยีญี่ปุ่น
นักเศรษฐศาสตร์ออกโรงเตือนว่า เศรษฐกิจจีนเสี่ยงได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่น้อยไปกว่าญี่ปุ่น หากรัฐบาลแดนมังกรตัดสินใจงัดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อลงโทษญี่ปุ่น กรณีข้อพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก เนื่องจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในจีนยังคงต้องพึ่งพาความรู้เทคโนโลยีขั้นสูงจากแดนปลาดิบ
รายงานระบุว่า ในเบื้องต้น หลายฝ่ายเห็นว่า จีนจะไม่ได้รับผลกระทบหนักเท่ากับญี่ปุ่น เนื่องจากเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเผชิญปัญหาเศรษฐกิจมาตั้งแต่ช่วงปี 2533 และขณะเดียวกัน จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของจีน
อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของจีน กลับต้องพึ่งพาชิ้นส่วนที่อาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งผลิตในญี่ปุ่นเท่านั้น
“การคว่ำบาตรญี่ปุ่นก็จะส่งผลย้อนกลับมายังบริษัทจีนที่พึ่งความรู้ด้านไอทีจากญี่ปุ่น ดังนั้นการงัดมาตรการเพื่อฉุดเศรษฐกิจญี่ปุ่นอ่อนแอจะขัดต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนเอง” อิวาน ซีเลกเชฟ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนิงาตะของญี่ปุ่น กล่าวพร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ผู้นำจีนต่างทราบข้อเท็จจริงนี้ดี และคาดว่า จีนจะกดดันญี่ปุ่นด้วยคำพูดและวิธีทางจิตวิทยาแทน
ด้านเจอเรมี่ สตีเวนส์ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เห็นว่า จีนไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านเศรษฐกิจได้ เนื่องจากปัจจุบันระบบห่วงโซ่อุปทานโลก ส่งผลให้ทุกประเทศเชื่อมโยงกันมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อพิพาทดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้น โดยผู้ประท้วงชาวจีนได้บุกทำลายสินค้า และร้านค้าของญี่ปุ่นในจีน
ล่าสุด รัฐบาลจีนประกาศเลื่อนพิธีฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับญี่ปุ่นออกไป จากเดิมที่จะต้องจัดขึ้นในวันที่ 27 ก.ย.นี้ โดยอ้างสถานการณ์ความตึงเครียดในเรื่องข้อพิพาทหมู่เกาะระหว่างสองชาติ







