posttoday

'ผู้ใหญ่บุญธรรม'ทางเลือกญี่ปุ่นสืบทอดกิจการ

23 กันยายน 2555

ทางเลือกญี่ปุ่นยามไร้ลูกชายเป็นทายาท เฟ้นหาลูกบุญธรรมวัยบรรลุนิติภาวะ สืบทอดกิจการ รักษาสายตระกูลเก่าแก่

โดย..ทีมข่าวต่างประเทศ

ทางเลือกญี่ปุ่นยามไร้ลูกชายเป็นทายาท เฟ้นหาลูกบุญธรรมวัยบรรลุนิติภาวะ สืบทอดกิจการ รักษาสายตระกูลเก่าแก่

กลายเป็นหนึ่งในปริศนาคาใจที่มีมาอย่างยาวนานว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป หากกิจการเก่าแก่ของสายตระกูลใหญ่รุ่นหนึ่ง ไม่มีบุตรชายเป็นผู้สืบทอดเลยสักคนเดียว

คำตอบนั้นอยู่ในธรรมเนียมปฏิบัติที่สามารถย้อนกลับไปได้ไกลถึงในปีคริสต์ศักราช 717 โดยพระนักบวชรูปหนึ่งนามว่า ท่านไทโช ไดอิชิ ฝันว่า ได้พบกับเทพเจ้าแห่งขุนเขาฮาคุซัน ซึ่งบอกให้ท่านตามหาบ่อน้ำพุร้อนในหมู่บ้านอาวาซุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตอิชิคาวะในปัจจุบัน

เมื่อท่านไทโช ค้นพบบ่อน้ำพุร้อนตามที่เทพเจ้าบอกแล้ว ก็ได้มอบหมายให้ กาเรียว โฮชิ ลูกศิษย์สร้างที่พักให้กับผู้เดินทางเพื่อนอนค้างอ้างแรม โดยที่กาเรียวผู้นี้ จะทำหน้าที่คอยเทศนาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้แก่ผู้มาเยือน

และเพื่อให้ธรรมเนียมเหล่านี้สืบทอดต่อไป กาเรียว จึงได้รับบุตรบุญธรรมคนหนึ่งไว้ในอุปการะพร้อมให้ชื่อว่า เซนโกโร ซึ่งเป็นชื่อที่กาเรียวใช้เมื่อครั้งวัยเยาว์

วันเวลาเคลื่อนคล้อยกว่า 1,300 ปี เรื่องเล่าดังกล่าวได้กลายเป็นที่มาของ “โรงแรมที่พัก” กิจการครอบครัวที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตามที่กินเนสบุ๊กได้บันทึกรับรองไว้ โดยที่ชื่อของ เซนโกโร โฮชิ ก็ได้รับการสืบต่อตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาถึง 46 รุ่น

แน่นอนว่า ในประเทศที่ผู้มีหน้าที่สืบทอดสายเลือดและมรดกตระกูล คือ บุตรชาย ขณะที่เพศของทารก คือ เรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ การให้ภรรยากำเนิดแต่บุตรชายจึงเป็นเรื่องที่เกินกำหนดกะเกณฑ์ของมนุษย์

'ผู้ใหญ่บุญธรรม'ทางเลือกญี่ปุ่นสืบทอดกิจการ

 

เช่นนั้นแล้ว จะทำอย่างไรในกรณีที่หากผู้สืบทอดรุ่นหนึ่งมีแต่ผู้หญิง

“เมื่อไรก็ตามที่มีแต่ลูกสาว เราก็จะรับลูกเขยให้เป็นทายาทแทน” ผู้สืบทอดนาม เซนโกโร โฮชิ คนปัจจุบันกล่าว พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ในความเป็นจริงแล้ว พ่อของตนเองก็เข้าข่ายด้วย เพราะเป็นบุตรเขยที่แต่งเข้าตระกูล ก่อนที่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้ดูแลกิจการที่พักโรงแรมแห่งนี้ต่อไป

การกระทำดังกล่าว คือ รูปแบบของ “มุโคโยชิ” หรือการรับบุตรบุญธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ทั้งนี้ แม้ว่าญี่ปุ่นจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการรับอุปการะบุตรบุญธรรมสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีสัดส่วนที่มากกว่า 8 หมื่นรายต่อปี กระนั้นการรับอุปการะโดยส่วนใหญ่กลับไม่ใช่เด็กวัยกระเตาะ แต่เป็นชายหนุ่มบรรลุนิติภาวะโดยสมบูรณ์แล้วอายุระหว่าง 2030 ปี

กลายเป็นหลักฐานที่เห็นได้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ในการรับบุตร “ผู้ใหญ่” บุญธรรม เพื่อสืบทอดตระกูล

มาริโกะ ฟูจิวารา นักสังคมวิทยา จากสถาบันชีวิตและวิถีชีวิตฮาคุโฮโด กล่าวว่า การรับบุตรบุญธรรมในวัยผู้ใหญ่นี้ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากสำหรับสังคมญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวชาวญี่ปุ่นตะวันตก ที่ซึ่งตระกูลพ่อค้าคหบดีมักจะพยายามเฟ้นหาบุคคลผู้ที่มีความสามารถที่สุดภายในตระกูล หรือที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับตระกูลมาเป็นทายาทสืบทอดกิจการ

เรียกได้ว่า หากพ่อค้ารายนั้นไร้บุตรชายที่เก่งกาจสามารถ ทางเลือกอีกทาง คือ การค้นหาคัดเลือกชายที่ดีกว่า แล้วจัดการตบแต่งเข้าตระกูลกับลูกสาวของตนเองแทน

“หนทางดังกล่าว นับเป็นการตัดสินใจที่ลงมือทำได้มากที่สุดเพื่อให้กิจการของครอบครัวอยู่รอด” มาริโกะ กล่าวเพิ่มเติม เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่กิจการส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการสืบทอดสืบต่อกันภายในครอบครัว และยังคงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติแม้กระทั่งในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กิจการของบริษัทหลายแห่งในญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่กิจการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญระดับประเทศจนถึงระดับโลกหลายแห่ง ก็ได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจของครอบครัว ไล่เรียงตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์อย่างโตโยต้าและซูซูกิ ผู้ผลิตกล้องอย่างแคนนอน และผู้ผลิตซีอิ๊วอย่างคิคโคแมน

ในบรรดากิจการครอบครัวข้างต้น ซูซูกิ ค่อนข้างขึ้นชื่อมากที่สุดในการรับบุตรบุญธรรมเพื่อเป็นทายาท โดย โอซามุ ซูซูกิ ประธานบริษัท และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนปัจจุบันนับเป็นบุตรบุญธรรมคนที่ 4 แล้วของตระกูลซูซูกิที่เข้ามารับช่วงบริหารกิจการ

“ธุรกิจครอบครัวที่บริหารจัดการโดยลูกเขย ในหลายๆ กรณีค่อนข้างไปได้ดีกว่าหลายๆ กิจการที่บริหารจัดการโดยลูกชายของตระกูล” ยาสุอากิ คิโนชิตะ นักลงทุนซึ่งลงทุนในบริษัทหลายแห่งของญี่ปุ่นจากนิสเซย์ แอสเซ็ท แมเนจเมนท์ กล่าว พร้อมอธิบายทัศนะส่วนตัวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในจุดอ่อนสำคัญสำหรับกิจการที่ยังคงบริหารงานโดยสายเลือดของตระกูล ก็คือบรรษัทภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการ และช่วงเวลาที่ต้องรับช่วงสืบทอด

อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ กรณี การรับตำแหน่งผู้สืบทอดหมายถึงการละทิ้งชื่อ หรือสละการสืบทอดตระกูลเดิมของตนเอง โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ มิชิโอะ มัตซุย ประธานรุ่นที่ 4 ของบริษัทจัดการหลักทรัพย์ มัตซุย ซิเคียวริตี

“ผมเป็นลูกชายตนโตของตระกูล ดังนั้น ผมจึงค่อนข้างลังเลที่จะไปเป็นบุตรบุญธรรมของอีกตระกูลหนึ่ง” ประธานมิชิโอะ เท้าความหลัง “แต่พ่อแม่แท้ๆ ของผมท่านบอกว่า บางทีนี่อาจเป็นโชคชะตาของผม”

ทั้งนี้ ตามประวัติศาสตร์แล้ว การเปลี่ยนชื่อสกุลไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตแต่อย่างใด เนื่องจากชาวญี่ปุ่นแต่เดิมก็ไม่มีนามสกุลอยู่แล้ว โดย มาริโกะ นักสังคมวิทยาอธิบายว่า เพิ่งจะเมื่อ 150 ปีที่แล้วที่มีการใช้นามสกุลกัน แต่ก็เป็นไปในเฉพาะหมู่ชนชั้นผู้ดีหรือขุนนาง เช่น ตระกูลซามูไร

“เมื่อคุณมีเหตุให้ต้องเปลี่ยนชื่อแซ่ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมาจากการที่คุณได้รับชื่อใหม่เพื่อเป็นเกียรติ หรือเป็นรางวัลในความสำเร็จที่คุณได้ทำไว้ มัน (การเปลี่ยนชื่อ) ก็เลยกลายเป็นความมุ่งมาดปรารถนา” มาริโกะ กล่าว

ความปรารถนาข้างต้น ได้ช่วยให้ จิเอโกะ ดาเตะ สามารถก่อตั้งบริษัทจัดหาคู่ได้สำเร็จ โดยเน้นเจาะตลาดไปที่กลุ่มผู้หญิงที่ต้องการหาสามีเพื่อมาสืบทอดเป็นทายาทต่อตระกูลของตนเอง

“มันมีความต้องการอย่างชัดเจน เพราะอัตราการเกิดของประชากรญี่ปุ่นลดลง ขณะที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็มีแต่ลูกสาว” จิเอโกะ กล่าว พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผู้ชายญี่ปุ่นส่วนใหญ่ในขณะนี้ก็เริ่มแสวงหาโอกาสที่จะได้ใช้ทักษะความสามารถทางธุรกิจของตนเองนอกเหนือจากสังคมบริษัท ซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อปีนบันไดไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งผู้บริหาร

ทั้งนี้ แม้จะเป็นทางเลือกที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากครอบครัวของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง แต่นักสังคมวิทยา มาริโกะ ซึ่งมีคุณปู่เป็นเขยบุญธรรมที่แต่งเข้าตระกูล เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สืบทอดเช่นกัน ก็ยังไม่วายเตือนว่า การแต่งงานเข้าตระกูลฝ่ายหญิง เพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องสนุก หรือเป็นไปเพื่อความสะดวกสบายแต่เพียงอย่างเดียว

“การแต่งงานนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง ที่คุณจะต้องเป็นสามีที่ดีและน่ารัก และพ่อที่รับผิดชอบ และเป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถ” มาริโกะ กล่าว

นักสังคมวิทยาสาวอธิบายเพิ่มเติมว่าถ้าหากทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่แรกถึงความคาดหวังที่จะเกิดขึ้น การแต่งงานนั้นก็คล้ายกับการเจรจาทางธุรกิจที่หุ้นส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ชีวิตสมรสของทั้งคู่ก็อาจจะเป็นไปได้สวยมากกว่าการแต่งงานที่เริ่มต้นมาจากความเสน่หาก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ราชบุรี เอฟซี พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟุตบอลไทยลีก วันนี้ 4 เม.ย.69