posttoday
ญี่ปุ่น อัดฉีดเพิ่ม 3.7 ล้านล. ส่งออกซบเซา-พิพาทจีน ส่อฉุดศก.

ญี่ปุ่น อัดฉีดเพิ่ม 3.7 ล้านล. ส่งออกซบเซา-พิพาทจีน ส่อฉุดศก.

20 กันยายน 2555

แบงก์ชาติญี่ปุ่นอัดเงิน 3.8 ล้านล้าน เดินหน้าซื้อสินทรัพย์เพิ่ม หลังภาคส่งออกทรุดพิพาทเกาะจีนจ่อฉุดเศรษฐกิจ ด้านเอฟดีไอจีนหดตัวหนัก 3 เดือนติด คาดธนาคารกลางเล็งกระตุ้นเพิ่ม

แบงก์ชาติญี่ปุ่นอัดเงิน 3.8 ล้านล้าน เดินหน้าซื้อสินทรัพย์เพิ่ม หลังภาคส่งออกทรุดพิพาทเกาะจีนจ่อฉุดเศรษฐกิจ ด้านเอฟดีไอจีนหดตัวหนัก 3 เดือนติด คาดธนาคารกลางเล็งกระตุ้นเพิ่ม

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศมาตรการผ่อนปรนทางการเงินระลอกใหม่ โดยอัดฉีดงบเพิ่มเติมอีก 10 ล้านล้านเยน (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) ในโครงการช่วยซื้อพันธบัตรรัฐบาล ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ถึงแนวโน้มการชะลอตัวจากภาคส่งออกที่ซบเซาจากวิกฤตหนี้ยุโรป และกรณีพื้นที่พิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกกับจีน ที่ส่งผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศอย่างต่อเนื่อง

“เราเชื่อว่ามติในวันนี้จะช่วยสร้างหลักประกันว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะกลับเข้าสู่สภาวะขยายตัวอย่างยั่งยืน และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ” แถลงการณ์ระบุ

ขณะที่โครงการช่วยซื้อสินทรัพย์ดังกล่าว ได้รับการขยายวงเงินจากเดิมที่ 45 ล้านล้านเยน (ราว 17.1 ล้านล้านบาท) ไปอยู่ที่ 55 ล้านล้านเยน (ราว 20.9 ล้านล้านบาท) โดยแบ่งเป็นการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มอีก 5 ล้านล้านเยน (ราว 1.9 ล้านล้านบาท) และการซื้อตั๋วเงินคลังอีก 5 ล้านล้านเยน ภายในกำหนดเวลาที่ขยายไปอีกถึงเดือน ธ.ค. 2556 ส่งผลให้โครงการเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาล ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดมีมูลค่ารวมสูงถึง 80 ล้านล้านเยน (ราว 30.4 ล้านล้านบาท)

การประชุมเชิงนโยบายเป็นเวลา 2 วันนี้ บีโอเจยังมีมติยกเลิกข้อบังคับการจำกัดการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีผลตอบแทน 0.1% หรือสูงกว่า ซึ่งจะเปิดทางให้ภาครัฐสามารถเข้าซื้อพันธบัตรได้เพิ่มเติมมากกว่า 10 ล้านล้านเยน (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) อีกด้วย

ทั้งนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก กำลังอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 0.3% อันเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าจากต่างประเทศซบเซาลงจากวิกฤตหนี้ยุโรป ประกอบกับปัญหาเงินเยนแข็งค่า ที่ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกของกลุ่มผู้ผลิตเหล่านี้หดตัวลง

ขณะเดียวกันกรณีพื้นที่พิพาทหมู่เกาะเซนกากุ หรือเตียวหยู ที่ญี่ปุ่นและจีนต่างอ้างสิทธิถือครอง ส่งผลให้วิกฤตในภาคส่งออกของประเทศทวีความรุนแรงขึ้นอีก โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดความเสียหายทางการค้าของทั้งสองชาติคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 3.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 10.6 ล้านล้านบาท)

ภายหลังการประกาศของบีโอเจ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นนิกเกอิตลาดโตเกียวดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่สกุลเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนอยู่ที่ 79.17 จาก 78.66 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในการซื้อขายช่วงเช้า

นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางญี่ปุ่น ทางด้านจีนซึ่งเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ก็ยังคงส่งสัญญาณชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน เห็นได้จากยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เดือน ส.ค. หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยปรับตัวลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่เพียง 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.57 แสนล้านบาท) เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงและวิกฤตหนี้ยุโรป ที่ส่งผลกระทบให้ความต้องการสินค้าจากจีนลดลง

ขณะที่ปริมาณการลงทุนจากประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปทั้ง 27 ชาติหดตัวลง 4.1% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ เช่นเดียวกับเม็ดเงินลงทุนจากสหรัฐที่ลดลง 2.9% และจาก 10 ชาติอาเซียนที่ปรับตัวลดลง 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี

สัญญาณสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของจีน ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์กันเป็นวงกว้างว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางจีนอาจดำเนินการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามรอยความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางทั่วโลกที่เดินหน้าอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศใช้มาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบ 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

แนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของจีนในอนาคตอันใกล้ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ดัชนีซีเอสไอ 300 ตลาดหุ้นจีนดีดตัวขึ้น 0.5% ปิดอยู่ที่ 2,246.2 จุด ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% จากเมื่อปิดตลาดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์

ขณะเดียวกันทางด้านความเคลื่อนไหวของกรณีปัญหาข้อพิพาทหมู่เกาะทะเลจีนตะวันออกระหว่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของทั้งสองชาตินั้น ยังคงเกิดความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้เกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงเรียนชาวจีนในเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโกะ ของญี่ปุ่น โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นฝีมือของผู้ประท้วงต่อต้านชาวจีนที่ต้องการสร้างสถานการณ์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้รับโทรศัพท์ข่มขู่หลายครั้ง โดยเกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อยและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะเดียวกันความรุนแรงได้ลุกลามไปยังสหรัฐ ซึ่งได้ชื่อเป็นในชาติพันธมิตรที่มีความใกล้ชิดกับญี่ปุ่น โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า มีผู้ชุมนุมประท้วงชาวจีนราว 50 คน ได้วิ่งกรูเข้าล้อมรถยนต์ประจำตำแหน่งของ แกรี ล็อก เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปักกิ่ง เพื่อแสดงความไม่พอใจที่สหรัฐแสดงท่าทีสนับสนุนญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้เกิดความเสียหายเล็กน้อย แต่ทูตสหรัฐไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง