
ชาวยุโรปแห่ถอนเงินฝาก
เอกชนเข้าถึงสินเชื่อแพงขึ้นกูรูชี้เป็นสัญญาณแตกแยก
เอกชนเข้าถึงสินเชื่อแพงขึ้นกูรูชี้เป็นสัญญาณแตกแยก
ยุโรปใต้แห่ถอนเงินจากแบงก์ สะท้อนปัญหาเสถียรภาพ ยูโรโซนอ่อนแอหนัก ส่อแตกแยก
บลูมเบิร์ก รายงานโดยอิงนักวิเคราะห์ว่า การที่ประชาชนแถบยุโรปตอนใต้ซึ่งกำลังประสบปัญหาหนี้เริ่มแห่ถอนเงินฝากและนำไปฝากไว้ในธนาคารกลุ่มประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจมากกว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเชื่อมั่นในสกุลเงินยูโร และแบ่งยูโรโซนให้แยกเป็น 2 กลุ่ม ระหว่างประเทศอ่อนแอกับประเทศแข็งแกร่ง
ข้อมูลจากรายงานชี้ว่า ตั้งแต่เดือน ก.ค.ปีที่แล้วจนถึงเดือน ก.ค.ปีนี้ การถอนเงินของประชาชนออกจากธนาคารในยุโรปใต้ อาทิ สเปน โปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี และกรีซ มียอดเงินทั้งสิ้นที่ 3.26 แสนล้านยูโร (ราว 13 ล้านล้านบาท) สวนทางกับธนาคารในยุโรปเหนือ 6 ประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง อาทิ เยอรมนี กับฝรั่งเศส ที่มียอดเงินฝากมากขึ้น 3 แสนล้านยูโร (ราว 4 ล้านล้านบาท)
“เงินทุนที่ไหลออกนี้กำลังจะนำไปสู่การแตกแยกของกลุ่มยูโรโซน และแบ่งแยกระหว่างประเทศที่มีความเข้มแข็งกับประเทศที่อ่อนแอให้ออกจากกัน” อัลเบอร์โต กัลโล หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านสินเชื่อยุโรป แห่งธนาคารรอยัลแบงก์ออฟสกอตแลนด์ สาขาลอนดอน กล่าว
นักวิเคราะห์ระบุอีกว่า การไหลออกของเงินฝากธนาคารในประเทศที่มีปัญหาหนี้กำลังบีบให้ธนาคารพาณิชย์ต้องหันมาเพิ่มผลตอบแทนเพื่อดึงดูดลูกค้าเอาไว้ จนทำให้ต้นทุนการเข้าถึงเงินกู้ของบริษัทและผู้บริโภคเพิ่มสูงตามไปด้วย โดยกรีซเฉลี่ยที่ 7% สเปน 6.5% และอิตาลี 6.2% สวนทางกับเยอรมนี ฝรั่งเศส ซึ่งเฉลี่ยที่ 4%
สำหรับสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้ยอดเงินฝากในธนาคารของบางประเทศลดลง เนื่องจากบรรดาธนาคารในเยอรมนีและฝรั่งเศสต่างลดความเสี่ยงจากผลกระทบหนี้เสียด้วยการตัดลดปริมาณการปล่อยสินเชื่อให้กับ 5 ประเทศที่กำลังประสบปัญหาหนี้ลง คือ สเปน โปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี และกรีซ โดยตั้งแต่เดือน ก.ค.ปีที่แล้วจนถึงปีนี้มีการตัดลดสินเชื่อสูงถึง 1 แสนล้านยูโร (ราว 40 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มประเทศที่แข็งแกร่งยังลดการถือครองพันธบัตรประเทศที่ย่ำแย่จากปัญหาหนี้อีกด้วย แต่ขณะเดียวกันธนาคารในประเทศที่ย่ำแย่กลับต้องแบกภาระด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรจากรัฐบาลในประเทศแทนจนนำไปสู่ความแตกต่างในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ตลอดจนการะดมเงินฝากจากประชาชนและบริษัทของธนาคาร
“ความต่างด้านการเงินระหว่างประเทศที่เข้มแข็งและประสบปัญหา คือ อาการขั้นต้นที่บ่งชี้ถึงความแตกแยกทางเศรษฐกิจ” เดวิด โพเวลนักเศรษฐศาสตร์บลูมเบิร์ก กล่าว







