
ทองแพงสุดรอบ5เดือน
เศรษฐกิจยิ่งร้ายราคาทองยิ่งขึ้นเก็งเฟดหลังชนฝาต้องออกคิวอี3
เศรษฐกิจยิ่งร้ายราคาทองยิ่งขึ้นเก็งเฟดหลังชนฝาต้องออกคิวอี3
ตลาดทองเก็งกำไรสุดคึกคัก เชื่อธนาคารกลางสหรัฐไร้ทางเลือกต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลราคาทองพุ่งเกือบแตะ 1,700 เหรียญสหรัฐ
รอยเตอร์สรายงานว่า ราคาทองคำในตลาดโลกขณะนี้ ได้ไต่ระดับขึ้นไปสูงสุดในรอบ 5 เดือน อยู่ที่ 1,691.70 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หลังจากที่ เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประเมินเศรษฐกิจสหรัฐไว้ในขั้นที่น่าวิตก ทำให้นักลงทุนต่างคาดหวังว่าสหรัฐจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาในเร็วๆ นี้
รายงานระบุว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วเกือบ 5% โดยเฉพาะเมื่อวันศุกร์ที่ 31 ส.ค. ราคาทองในตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ ปรับตัวขึ้น 2.1% หรือ 30.50 เหรียญสหรัฐ ไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ 1,692.71 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ระหว่างการซื้อขาย ซึ่งถือเป็นวันที่มีปริมาณการซื้อขายทองคำมากที่สุดในรอบ 1 เดือน
“บรรดาธนาคารกลางยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันและอยู่ในทิศทางของการพิมพ์เงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาทองคำ” นักค้ารายหนึ่งในฮ่องกงกล่าวกับรอยเตอร์ส
ทั้งนี้ เบอร์แนนคี ได้กล่าวระหว่างการประชุมผู้ว่าการธนาคารกลางโลกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า รู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อตลาดการจ้างงานในสหรัฐ และกล่าวว่าเฟดพร้อมที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจสหรัฐในกรณีที่จำเป็นแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกเชื่อว่าจะมีการออกมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ครั้งที่ 3 ในเร็วๆ นี้
ทางด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า บรรดานักลงทุนได้หันไปเก็งกำไรในทองคำเพิ่มมากขึ้น โดยการลงทุนระยะยาวในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและตราสารสิทธิในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค.นั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19% อยู่ที่ 131,687 สัญญา
“ทุกครั้งที่มีการใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ จะถือเป็นข่าวดีของราคาทอง แนวโน้มของการใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินจะยิ่งทำให้มีการเก็งกำไรในตลาดมากขึ้น” แดน เดนโบว์ ผู้จัดการกองทุนยูเอสเอสเอ พรีเชียส เมทัล แอนด์ มิเนอรัลส์ ในสหรัฐ กล่าวกับบลูมเบิร์ก
ทั้งนี้ ราคาทองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 4.8% ในเดือน ส.ค. ซึ่งถือเป็นเดือนที่ราคาทองดีดตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีนี้ และนับตั้งแต่ที่เฟดประกาศมาตรการคิวอีทั้งสองครั้ง ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 ไปจนถึงเดือน มิ.ย. 2554 ราคาทองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วถึง 70%
อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันได้มองสัญญาณของเฟดตรงกันข้ามกับตลาดทองคำ โดยราคาน้ำมันดิบไลต์ สวีต งวดส่งมอบล่วงหน้าเดือน ต.ค. ในการซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์ วันที่ 3 ก.ย. ได้ปรับตัวลดลง 7 เซนต์ มาอยู่ที่ 96.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนจากเฟดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง







