posttoday
108 เหตุผล...ที่คนเกาหลีจะไม่เกิด

108 เหตุผล...ที่คนเกาหลีจะไม่เกิด

02 กันยายน 2555

“อัตราการเกิดของประชากรเกาหลี เท่ากับ แม่ 1 คนต่อเด็ก 1.23 คน” เป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในโลก หลายคนตีความว่า สาวเกาหลีกำลังประท้วงสังคมด้วยการงดมีลูก ... รึอาจจะได้โมเดลมาจากการ “งดออกเสียงแล้วตบเท้าออกนอกสภา” ???...

“อัตราการเกิดของประชากรเกาหลี เท่ากับ แม่ 1 คนต่อเด็ก 1.23 คน” เป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในโลก หลายคนตีความว่า สาวเกาหลีกำลังประท้วงสังคมด้วยการงดมีลูก ... รึอาจจะได้โมเดลมาจากการ “งดออกเสียงแล้วตบเท้าออกนอกสภา” ???...

จำนวนเด็กแรกเกิดในเกาหลีลดน้อยลงเรื่อยๆ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติเกาหลี แสดงตัวเลข 1.23 ที่บอกว่าคุณแม่เกาหลียุคนี้เมินเฉยที่จะปฏิบัติตามคำสอนของท่านปรมาจารย์ขงจื๊อ ที่ยึดถือหน้าที่ต่อครอบครัวเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตกุลสตรี

เธอจะต้อง Making a baby เป็นแม่ผู้เฝ้าดูแลลูกให้เติบใหญ่... เทียบกับ 30 ปีก่อนเธอยังขยันขันแข็งที่จะซักผ้าอ้อมมากกว่านี้ อดทนกว่านี้ ทว่าปัจจุบันเด็กเกิดใหม่ในกลุ่มของสาวในช่วงอายุ 20 ปี และสาวมั่นชาวเมือง ลดลงไปปีละ 45% ในขณะที่คุณแม่คนใหม่มีช่วงอายุมากขึ้น คือ 43.4% ของทารกเกิดใหม่ มีคุณแม่อยู่ในช่วงอายุ 30 ยังแจ๋ว ซึ่งมากกว่าตัวเลข 35.2% ของเด็กแรกเกิด ที่มีคุณแม่ช่วงอายุ 20 หยกๆ ..

สถานการณ์นี้บอกเราว่า ในไม่ช้าเกาหลีจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ คือ มีคนแก่มากกว่าคนเกิด ซึ่งหมายถึงการเตรียมพร้อมและเม็ดเงินที่จะต้องรับมือกับสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพผู้เกษียณอายุที่มียอดจ่ายมากขึ้น ในขณะที่ทรัพยากรมนุษย์ที่จะเข้าสู่ระบบการทำงาน ถดถอยน้อยลงไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเกาหลีจึงต้องเปิดรับแรงงานต่างด้าวปีละหลายแสนคน

108 เหตุผล...ที่คนเกาหลีจะไม่เกิด

 

ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของเกาหลีมีสุขภาพย่ำแย่ลงและเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้มาจากภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ หรือจากการทุ่มตลาดด้วยสินค้าอันมีราคาถูกเหลือเชื่อจากจีน แต่มาจากการที่เด็กเกิดน้อยนี่ละค่ะ... ใครจะนึกว่า การที่แม่หญิงคิม (ลี, ปาค, จอง, ชเวสี่ห้าตระกูลใหญ่) ทั้งหลายไม่ยอมมีลูก จะสร้างความปั่นป่วนในระดับชาติ ส่งผลให้รัฐต้องหันมาออกแพ็กเกจโปรโมชันมากมาย เป็นการจูงใจอย่างจริงจัง... หลายวันก่อนได้มีโอกาสพบอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่ง ท่านกล่าวชวนว่า.. “มามีลูกกันเถอะ” ...แหะๆ

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะ 108 เหตุผลที่ทำให้สาวเกาหลีไม่ยอมมีลูกนั้น มันซับซ้อนมากมายในมิติของสังคมกับการมาของความเจริญที่ทำให้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป... โดยสรุปรวบรัดได้ใจความ...ดังนี้

1.ลูกไม่ยุ่ง มุ่งแต่งาน อัตราการทำงานของกลุ่มแม่หญิงช่วงอายุ 2534 ปี พุ่งสูงขึ้นถึง 13.6% จาก 30 ปีก่อน ปัจจุบันอัตราส่วนของสาวๆ นักทำงาน อายุช่วง 20 มีถึง 69% ซึ่งมากมายกว่าแต่ก่อนที่ 32% ส่วนสาว 30 อัพ ยังทำงานถึง 54% มากกว่าแต่ก่อนที่มีเพียง 14%... ในอดีตเธอทั้งหลายเรียนจบมาก็ทำงานป๊อบๆ แป๊บๆ คุณพ่อคุณแม่จัดการหาบุรุษที่คู่ควรมาพบกันแล้ว แต่งงานก็ลาออกไปเพื่อดูแลครอบครัว เมื่อมีลูก ชีวิตของตัวเองก็ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป ชีวิตมีเท่านี้จริงๆ แต่ พ.ศ.นี้ สังคมขยายตัวเปิดกว้าง เธอสามารถขีดเส้นทางเดินของตัวเอง ทำงานเองได้ ไม่ต้องแบมือขอเงินสามี แต่งงานไปก็ขาดความมั่นคงเพราะคติสังคมยังเชื่อว่า สาวที่แต่งงานแล้วไม่นานก็ต้องลาออกไปดูแลลูก แม้ลูกเข้าโรงเรียนแล้วอยากจะกลับมาทำงานต่อ งานนั้นก็คงไม่รอแล้ว ดังนั้น ยังไงต้องขอยืดเวลาการทำงานและการมีลูกไปดีกว่า

2.รักไม่ยุ่ง มุ่งประหยัด สาวโสด 20 อัพ เพิ่มขึ้นจาก 30 ปีก่อน ซึ่งมีเพียง 14.1% เดี๋ยวนี้เธอค้นพบสัจธรรม จึงยังไม่ตกลงปลงใจกับใครถึง 69.1% สาวโสด 30 อัพ ก็เพิ่มขึ้น 10 เท่า อดีตมีเพียง 2.7% บัดนี้กลายเป็น 29% ..กว่าจะตัดสินใจแต่งงานได้ก็ปาเข้าไป 28 ปี ในขณะที่ 30 ปีก่อน ค่าเฉลี่ยของอายุสาวแต่งงานอยู่ที่ 23 ปี ส่วนค่าเฉลี่ยของการมีลูกคนแรกเพิ่มขึ้นจากอายุ 27 ปี เป็น 31 ปี ทั้งนี้ มีสาเหตุหลักๆ หลายประการ เช่น ไม่มีเวลา เนื่องจากวัฒนธรรมการทำงานของเกาหลี บ้าเลือดมาก เรียกว่า ผู้จัดการไม่ออกงานไม่เลิก เลิกงานแล้วไปดริงก์ต่อ กลับบ้านเที่ยงคืนตีหนึ่งแทบจะไม่มีเวลาคิดเรื่องครอบครัว

ส่วนคนที่จะแต่งงานยังต้องคิดหนักเรื่อง ค่าใช้จ่าย ที่สูงมาก หากแต่งงานมีลูกไปโดยไม่พร้อม ปัจจุบันนี้มนุษย์เงินเดือนยังไม่สามารถซื้ออพาร์ตเมนต์เล็กๆ ในเมืองที่มีราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่อาศัยห้องเช่าหรืออยู่กับบิดามารดา หากแต่งงานก็ต้องเริ่มมีค่าใช้จ่ายเรื่องบ้าน เมื่อมีลูกหากคุณแม่ต้องการทำงานนอกบ้าน ก็ต้องจ่ายค่าเนิร์สเซอรีที่ดีๆ มีคุณภาพสูงมีราคาแพงพอๆ กับค่าเทอมของเด็กมหาวิทยาลัย ...จากนั้นเมื่อเข้าโรงเรียนได้ก็ต้องเจียดเงินเดือนไว้ถึง 3040% เป็นค่าเรียนพิเศษของลูกตามกระแส เรื่องเรียนพิเศษนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากในสังคมเกาหลี เพราะจะมีการเปรียบเทียบกันระหว่างเด็กต่อเด็ก ผู้ปกครองต่อผู้ปกครอง

พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกตัวเองเก่งเหนือกว่าคนอื่นเพื่อจะได้มีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ และได้งานดีๆ ในอนาคต หากไม่ไปเรียนพิเศษในขณะที่เด็กคนอื่นเรียน ก็เกรงว่าจะด้อยกว่าคนอื่นเขา แม้แต่เด็ก ป.3 ป.4 ก็มีคลาสเรียนพิเศษในโรงเรียนกวดวิชา ที่เรียกว่า ฮักวอน หลังโรงเรียนเลิกแล้วจนถึง 34 ทุ่มทุกวันค่ะ จึงสังเกตได้ว่า ครอบครัวเกาหลีปัจจุบันมักมีลูกโทน หรืออย่างมากแค่ 2 คน... โอโห้ ฟังมาปัญหาหนักใจรัฐบาลเกาหลีมากมาย แล้วจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร (ต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง