
เชื่อสหรัฐหนีไม่พ้นต้องงัดใช้‘คิวอี3’
เหตุชาวมะกันยังตกงานกันเพียบ แม้‘เบอร์แนนคี’จะไม่ต้องการใช้
เหตุชาวมะกันยังตกงานกันเพียบ แม้‘เบอร์แนนคี’จะไม่ต้องการใช้
กูรูคาด เฟดจ่อใช้ “คิวอี3” แม้ไร้สัญญาณจาก “เบอร์แนนคี” เหตุว่างงานสหรัฐยังอยู่ในแดนอันตราย
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานอ้างคำกล่าวของ บิล กรอสส์ ผู้จัดการลงทุนในตลาดพันธบัตรประจำแปซิฟิก อินเวสเมนท์ แมเนจเม้นท์ ซึ่งให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศใช้นโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบ 3 ในอนาคตอันใกล้นี้ แม้ว่า เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด จะไม่ส่งสัญญาณการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมใดๆ ตามที่นักลงทุนคาดหวังไว้ในที่ประชุมประจำปีของเฟดในวันที่ 31 ส.ค.ก็ตาม
กรอสส์ ให้เหตุผลว่า ธนาคารกลางสหรัฐมีภาระหน้าที่สำคัญ 2 ประการคือ ควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ และหนุนการจ้างงานให้อยู่ในระดับสูง ดังนั้นหากอัตราว่างงานในปัจจุบันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 8.3% เช่นนี้ และระดับเงินเฟ้อยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ เฟดจึงมีแนวโน้มเดินหน้าใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในเร็ววันนี้
“จนกว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 7% หรืออัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินเป้าที่ 2% เฟดจะเดินหน้าผ่อนปรนนโยบายทางการเงินอย่างแน่นอน” กรอสส์ กล่าว
ความเห็นของผู้จัดการลงทุนในตลาดพันธบัตรประจำแปซิฟิก อินเวสเมนท์ แมเนจเม้นท์ นับว่ามีความสอดคล้องกับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐเมื่อวันที่ 31 ก.ค.–1 ส.ค. ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟด พร้อมที่จะออกนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศที่กำลังชะลอตัว นอกจากตัวเลขทางเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในระดับมีเสถียรภาพแล้ว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วน ซึ่งหมายรวมถึง แจ๊กสัน หว่อง เจ้าหน้าที่ประจำบริษัทตลาดหลักทรัพย์ แทนริช ในฮ่องกง มองว่าธนาคารกลางสหรัฐ อาจไม่ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในขณะนี้ ภายหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2 ขยายตัวเล็กน้อยอยู่ที่ 1.7% ที่สูงกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะโตเพียง 1.5% นับเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้น
นอกจากนี้ เดนนิส ลอคฮาร์ต ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา และหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) เห็นว่า นโยบายทางการคลังใดๆ ของธนาคารกลางสหรัฐ อาจมีความรุนแรงเกินไป และไม่สามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจได้ตรงจุด เนื่องจากปัญหาดังกล่าว สามารถแก้ไขได้โดยการปฏิรูปทางการเงินเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ยังมีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ จะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ เพิ่มเติม ต่อเมื่อธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เดินหน้าประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาคเสียก่อนเท่านั้น
ทั้งนี้ ท่ามกลางการจับตามองความเคลื่อนไหวล่าสุดของการประชุมประจำปีของเฟด ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองแจ็คสันโฮล รัฐไวโอมิงในวันที่ 31 ส.ค.อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวันที่ 30 ส.ค.มี ความผันผวนอย่างหนัก โดยดัชนีเอฟทีเอสอี ในตลาลอนดอนดิ่งลง 0.2% อยู่ที่ 5,729.76 จุด ขณะที่ดัชนีอีเอเอ็กซ์ ในตลาดแฟรงเฟิร์ต ลดลง 0.6% อยู่ที่ 6,966.11 จุด







