
‘จีน’ระบายเงินครั้งใหญ่สุดในรอบ2ปี
เอเอฟพีรายงานอ้างเว็บไซต์แบงก์ออฟไชนา เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า ทางการจีนได้ดำเนินการระบายเงินออกจากระบบในสัปดาห์นี้จำนวนถึง 2.13 แสนล้านหยวน (เกือบ 1.03 ล้านล้านบาท) นับเป็นการดึงเงินออกจากระบบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปี โดยเป็นความพยายามต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการปล่อยกู้ไม่ให้ร้อนแรงเกินไป และเพื่อคุมภาวะเงินเฟ้อในประเทศ
รายงานระบุว่า การดึงเงินออกจากระบบครั้งนี้มีขึ้นผ่านทางธุรกรรมซื้อคืน (Repo) และการเทขายพันธบัตรระยะสั้นให้กับธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ในตลาดเปิดเมื่อวันอังคารและวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นการดึงเงินออกครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในรอบ 2 ปี และการขายพันธบัตรครั้งนี้ก็ยังมีจำนวนมากกว่าในสัปดาห์ที่แล้วถึงเท่าตัวอีกด้วย
หลิวจุนหยู นักวิเคราะห์สินทรัพย์ถาวรของธนาคารไชนา เมอร์แชนท์ส แบงก์ กล่าวว่า การดำเนินการผ่านทางตลาดเปิด จะช่วยให้การระบายเงินออกจากระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงปักกิ่งกำลังพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยกู้และภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดความเสี่ยงฟองสบู่สินทรัพย์ขึ้น
วันเดียวกัน จีนและสหรัฐก็ได้เดินหน้าตอบโต้กันอีกครั้งในเรื่องค่าเงินหยวน หลังจากที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้เปิดฉากกันไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
จอน ฮันท์สแมน อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐ ได้กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยซิงหัวในจีนว่า สหรัฐไม่ใช่ประเทศเดียวที่ต้องการเห็นรัฐบาลจีนตัดสินใจลอยค่าเงินหยวนให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น และทุกฝ่ายต่างก็หวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้น
ทว่า ฉินกัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ตอบโต้โดยระบุว่า การเรียกร้องของสหรัฐเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมและยังเป็นอันตรายอีกด้วย
ขณะที่หนังสือพิมพ์ไชนา เดลี ของทางการจีน ได้เปรียบเปรยแรงกดดันที่มีต่อจีนครั้งนี้ว่า จีนอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากชาวนาวี ในภาพยนตร์เรื่องอวตาร (Avatar) ซึ่งกองทัพจากโลกที่หิวกระหายในทรัพยากรธรรมชาติ เตรียมที่จะเข้ามาทำลายต้นไม้แห่งจิตวิญญาณบนดาวแพนดอรา
บทความในชื่อว่า
“เราก็เหมือนกับชาวนาวี เราจะตัดสินใจเอง ขอบคุณ” ระบุว่าในภาพยนตร์นั้น ผู้รุกรานมาในรูปแบบของกองทหาร ทว่าในความเป็นจริง กลุ่มที่กำลังกดดันจีนเรื่องการลอยค่าเงินหยวนนั้นมีความซับซ้อนกว่ามาก จีนถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นกิจการภายในของจีน และประธานาธิบดีบารัก โอบามา ก็ควรหันไปนั่งแก้ปัญหาในบ้านตัวเองมากกว่าส่วนทางด้านเอเอฟพี รายงานอ้างการเปิดเผยของหนังสือพิมพ์แนชันนัล บิซิเนส เดลี ว่า สำนักงานการบินพลเรือนจีน (ซีเอเอซี) ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบระบบความปลอดภัยเครื่องบินโบอิ้ง 737s ของบริษัท โบอิ้ง จากสหรัฐ จำนวนกว่า 400 ลำ เนื่องจากความกังวลว่าอาจเกิดปัญหาที่แผ่นกระดานควบคุมปีกด้านหลังของเครื่องบิน นับเป็นการเปิดฉากตอบโต้สหรัฐล่าสุด หลังจากที่ถูกโจมตีเรื่องค่าเงินหยวนและการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ซีเอเอซีได้ออกประกาศข้อบังคับการเดินอากาศเร่งด่วน สำหรับเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737s เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดปัญหาต่อระบบแผ่นกระดานควบคุมปีกด้านหลังของเครื่องบิน โดยให้ทุกสายการบินรายงานผลสอบภายใน 10 วัน หากสายการบินใดไม่ปฏิบัติตาม จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเครื่องดังกล่าวขึ้นบิน
ท่าทีครั้งนี้มีขึ้นหลังสำนักงานการบินของรัฐในสหรัฐสั่งให้มีการสอบปัญหาดังกล่าวในเครื่องโบอิ้ง 737s ทั้งหมด 6 รุ่น







