
แนะโลกรับมืออาหารแพง
กูรูชี้ปีนี้โลกเผชิญวิกฤตราคาอาหารแพงซ้ำรอย 2551-2552 อีกครั้ง เหตุภัยแล้งทำผลผลิตหลายประเทศตกต่ำลง
กูรูชี้ปีนี้โลกเผชิญวิกฤตราคาอาหารแพงซ้ำรอย 2551-2552 อีกครั้ง เหตุภัยแล้งทำผลผลิตหลายประเทศตกต่ำลง
เอเอฟพีรายงานอ้างนักวิเคราะห์ ว่า ทั่วโลกกำลังจะเผชิญกับวิกฤตราคาอาหารแพงเหมือนเมื่อปี 2551-2552 อีกครั้ง เนื่องจากปัญหาภัยแล้งครั้งรุนแรงในสหรัฐและในพื้นที่แถบทะเลดำ รวมถึงฤดูฝนที่มาล่าช้ากว่าปกติในอินเดีย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรปีนี้ออกมาน้อยกว่าปกติ ดังนั้นจึงแนะนำให้หลายประเทศ โดยเฉพาะเอเชียกับออสเตรเลียเร่งเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตรชดเชยส่วนที่ขาดหายไป
แดน บาสเซ ประธานบริษัท แอ็ครีซอร์ท ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ในสหรัฐ กล่าวว่า ผลผลิตทางการเกษตรของออสเตรเลียจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาราคาอาหารโลกที่สูงขึ้นได้
“เราต้องการผลผลิตข้าวสาลีและธัญพืชอื่นๆ ทุกๆ ตันจากชาวนาออสเตรเลียที่ผลิตได้” บาสเซ กล่าว พร้อมย้ำว่า ผลผลิตจากออสเตรเลียจะไม่ได้ช่วยเพียงแค่บรรเทาปัญหาในปีนี้ แต่ยังจะช่วยแก้ปัญหาไปได้ยาวถึงปีหน้าอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ที่ออกมาแนะว่า ทุกประเทศควรหันมาปรับสมดุลของการนำผลผลิตทางการเกษตรไปใช้ผลิตเป็นอาหารให้มนุษย์ สัตว์ และใช้ผลิตเป็นพลังงานทางเลือกให้เกิดความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่าม กลางภาวะความหวาดวิตกเกี่ยวกับวิกฤตราคาอาหารแพงของหลายประเทศทั่วโลก ดังเห็นได้จากความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 20 ประเทศชั้นนำทางอุตสาหกรรม (จี20) และ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่กำลังจะประชุมรอบฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในปลายเดือนนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐได้เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ภาวะภัยแล้งซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบ 60 กว่าปี และส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดในประเทศออกมาต่ำสุดในรอบ 6 ปีกำลังทำให้ราคาข้าวโพดและถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ ซามิลัน จักกาบาตี นักวิจัยภูมิภาคของธนาคารสแตน ดาร์ดชาร์เตอร์ด ระบุเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทุกฝ่ายกำลังจับตามองราคาอาหารที่จะเพิ่มขึ้นในอินเดีย เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นกำลังจะทำให้ผลผลิตออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้







