
ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง(11)
หลายสัปดาห์นี้มีอันต้องไปปิดต้นฉบับนอกสถานที่ตลอดเลยครับ สัปดาห์นี้ก็เช่นกัน แต่ไม่ได้ไปไกลเหมือน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ผมมานั่งปิดต้นฉบับอยู่ที่งานเที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ครับ หลายท่านคุ้นเคยกับงานนี้แล้ว เพราะจัดกันทุกปี ยิ่ง 2 ปีหลังนี้จัดปีละ 2 หน นักเที่ยวรอมาซื้อทัวร์ซื้อตั๋วในงานนี้กันเยอะ ใครวางแผนไปเที่ยวมางานนี้ มีโอกาสได้ของดีติดไม้ติดมือกลับบ้าน อย่างน้อยๆ ก็ได้เอกสารแนะนำการท่องเที่ยวกลับไปแน่นอน โดยเฉพาะท่านที่กำลังวางแผนไปญี่ปุ่น เมื่อคืนผมลองเดินนับดูมีบูธของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นและบริษัททัวร์ที่ข้องเกี่ยวกับญี่ปุ่น รวมๆ กันแล้วต้องเกิน 50 บูธขึ้นไป จะเอาแบบไปเองหรือไปกับกรุ๊ปทัวร์มีหมด แต่รอบนี้ดูเหมือนว่าบริษัททัวร์หลายแห่งเริ่มสนอกสนใจในตลาดเที่ยวเองมากขึ้น เห็นแยกขายตั๋ว ขายรถไฟ กันหนาตาขึ้น เป็นโอกาสดีอีกงานสำหรับท่านที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครับ
หลายสัปดาห์นี้มีอันต้องไปปิดต้นฉบับนอกสถานที่ตลอดเลยครับ สัปดาห์นี้ก็เช่นกัน แต่ไม่ได้ไปไกลเหมือน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ผมมานั่งปิดต้นฉบับอยู่ที่งานเที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ครับ หลายท่านคุ้นเคยกับงานนี้แล้ว เพราะจัดกันทุกปี ยิ่ง 2 ปีหลังนี้จัดปีละ 2 หน นักเที่ยวรอมาซื้อทัวร์ซื้อตั๋วในงานนี้กันเยอะ ใครวางแผนไปเที่ยวมางานนี้ มีโอกาสได้ของดีติดไม้ติดมือกลับบ้าน อย่างน้อยๆ ก็ได้เอกสารแนะนำการท่องเที่ยวกลับไปแน่นอน โดยเฉพาะท่านที่กำลังวางแผนไปญี่ปุ่น เมื่อคืนผมลองเดินนับดูมีบูธของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นและบริษัททัวร์ที่ข้องเกี่ยวกับญี่ปุ่น รวมๆ กันแล้วต้องเกิน 50 บูธขึ้นไป จะเอาแบบไปเองหรือไปกับกรุ๊ปทัวร์มีหมด แต่รอบนี้ดูเหมือนว่าบริษัททัวร์หลายแห่งเริ่มสนอกสนใจในตลาดเที่ยวเองมากขึ้น เห็นแยกขายตั๋ว ขายรถไฟ กันหนาตาขึ้น เป็นโอกาสดีอีกงานสำหรับท่านที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครับ
ฉบับที่แล้วเกริ่นเรื่องปัจจัยสำคัญของการเที่ยวด้วยตัวเองไปก็คือ ระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ยอดเยี่ยมที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เพราะมีหลากหลายทางเลือก ที่สำคัญที่สุดก็คือ รถไฟ แต่ทางเลือกอื่นๆ ใช่ว่าจะด้อยกว่า เพียงแต่อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ประหยัดเงินที่สุดเท่านั้นเอง มาว่ากันต่อเรื่องรถไฟครับ คนไทยเราเมื่อก่อนจะตื่นเต้นมากกับการได้นั่งรถไฟใต้ดิน เพราะบ้านเรายังไม่มี แต่ตอนนี้ความตื่นเต้นลดน้อยลงไปตั้งแต่เรามีรถไฟฟ้ามหานคร คงเหลือแต่ความตื่นเต้นตอนที่ไปยืนอยู่หน้าเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เพราะมันมีสายให้เลือกเยอะเหลือเกินตัดกันวุ่นวายไปหมด แต่ขึ้นชื่อว่าจะไปเที่ยวเองแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ปัญหาครับ ผมขอแนะนำเคล็ดวิชาง่ายๆ คือ ขอให้ท่านดูทีละสาย เสียเวลาหน่อยช่างมัน ปัญหาของคนเที่ยวเองส่วนใหญ่คือ กลัวความเยอะ พอมองแผนที่รถไฟแล้วใจฝ่อ ยิ่งหาภาษาอังกฤษไม่เจอบางคนยอมแพ้ไปเลยก็มี ไม่ต้องกังวลครับ เดี๋ยวนี้เครื่องมือและตัวช่วยเยอะมาก แผนที่รถไฟภาษาอังกฤษหาได้ง่ายในสถานี สำคัญที่สุด คือ หาจุดที่ท่านจะขึ้นและลงให้เจอ ซึ่งอันนี้จะมันเป็นทักษะครับ แรกๆ อาจจะยังจับทางไม่ถูก แต่พอใช้ไปทุกวันๆ มันจะเกิดทักษะเองไม่ต้องกังวล การออกแบบสัญลักษณ์ของรถไฟใต้ดินมันเป็นสากลครับ มันจะถูกแทนที่ด้วยสีและหรือตัวอักษร เช่น รถไฟใต้ดินสายกินซ่าในโตเกียว จะใช้สีเหลืองและใช้ตัวย่อคือ ตัวอักษร G หรือสาย Midosuji ที่โอซากา ก็ใช้สีแดงและตัว M แต่ละสถานีก็จะใส่หมายเลขกำกับเข้าไปเริ่มต้นจาก 1 ไปจนถึงเลขไหนก็สุดทางที่นั่น เช่น จากสถานีอุเมดะ บนเส้นทางรถไฟใต้ดิน Midosuji จะถูกกำกับไว้ด้วยตัวอักษร M16 ถ้าจะนั่งไปสถานีชินไซบาชิ ก็ไล่ดูบนแผนที่ก็จะเห็นเครื่องหมาย M19 ที่สถานีนั้น ท่านก็รู้แล้วว่าท่านจะขึ้นจากไหนและจะไปลงตรงไหน ทีนี้จะไปทิศทางไหนก็ไล่เอา รถไฟส่วนใหญ่วิ่งจากต้นทางไปสุดปลายทางแล้ววิ่งจากปลายทางกลับมาต้นทางแทบทั้งสิ้น ยกเว้นสายรอบเมืองอย่าง JR Yamanote หรือ Osaka Loop Line สิ่งที่ท่านพึงทราบต่อมาก็คือ ต้นทางชื่อสถานีอะไรและปลายทางสถานีอะไร เพราะท่านต้องรู้ว่าจะขึ้นรถไฟจากจุดไหน ไปไหน ในทิศทางใด 3 สิ่งนี้ถ้ารู้ ไม่มีหลง เช่น สายกินซ่า (Ginza Line) ต้นทางอยู่ที่ Shibuya (G1) ปลายทางอยู่ที่ Asakusa (G19) จะขึ้นรถไฟจากกินซ่า (G09) ไปยังอูเอโนะ (G16) ก็ต้องขึ้นรถไปทาง Asakusa ถ้าหาสูตรนี้ได้ไปไหนในโตเกียวได้หมด ซึ่งหมายรวมถึงเมืองใหญ่ๆ ที่ไหนในญี่ปุ่น ถ้าท่านถ้าท่านยึดหลักพื้นฐาน 2 ประการนี้ รับรองว่าท่านขึ้นรถไฟใต้ดินได้ไม่ลำบาก
ในโตเกียวและปริมณฑลนั้น มีรถไฟใต้ดินมากกว่า 10 สาย รถไฟบนดิน (JR Line) อีก 10 กว่าสาย และรถไฟสายเอกชนอีกประมาณ 10 สาย รวมๆ กันแล้วร่วม 40 สาย ทีนี้ท่านจะเลือกใช้รถไฟแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกและจุดหมายปลายทางของท่าน บางท่านพักอยู่ในย่านที่ไม่มีรถไฟผ่านมีแต่รถใต้ดินก็ไม่มีทางเลือก บางท่านกล้าจ่ายแพงหน่อยก็ได้ที่พักในย่านที่สะดวกมีทั้งรถไฟบนดินและใต้ดิน ซึ่งที่ญี่ปุ่นเขาก็จะมีตั๋วรถไฟหลายประเภท ทั้งตั๋วเที่ยวเดียว ตั๋ววัน ตั๋วเดือน หลายท่านที่เที่ยวเองมักจะเลือกซื้อตั๋วเหมาแบบวันเดียวกี่เที่ยวก็ได้ แต่ตามประสบการณ์ของผม ผมเลือกที่จะซื้อตั๋วทีละเที่ยว เพราะผมจะเน้นเดินเจาะเป็นย่านๆ เก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆ ส่วนท่านที่มีเวลาจำกัดแต่อยากไปเห็นเยอะๆ ไม่เน้นรายละเอียดก็เลือกซื้อตั๋ว One day pass ก็จะคุ้มสุดคุ้ม จุดเด่นของรถไฟใต้ดิน คือ ซอกซอนชอนไชไปในเขตเมืองได้เยอะกว่ารถไฟบนดิน ปัญหาของรถไฟบนดิน คือ พื้นที่สำหรับสร้างทางรถไฟที่นับวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจำนวนรถไฟบนดินในเขตเมืองมีโอกาสเพิ่มน้อยมากเมื่อเทียบกับรถไฟใต้ดิน แต่รถไฟใต้ดินนั้นทลายข้อจำกัดตรงนี้ได้ ทำให้มุดไปไหนต่อไหนได้ไม่จำกัด เจอท่อเจอตอก็หลบหลีกได้ไม่ใช่ปัญหา เรื่องเวรคืนพื้นที่ก็ไม่มี มลภาวะทางเสียงก็ไม่มี มลภาวะทางสายตาก็ไม่มี มีปัญหาแค่เรื่องต้นทุนเพราะการสร้างรถไฟใต้ดินนั้น ก็แพงกว่าสร้างรถไฟบนดินหลายเท่า แต่โดยรวมแล้วผมคิดว่าถ้าเที่ยวอยู่ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว หรือโอซากาแล้วละก็ รถไฟใต้ดินนั้นทรงอานุภาพสูงสุดสำหรับการเที่ยวด้วยตัวเองครับ







