
กรีซวอนยืดเส้นตายปฏิรูป
กรีซยันแผนยืดเส้นตายปฏิรูปเป็น 4 ปี ช่วยเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว โดยผู้นำประเทศลุยถกต่อสัปดาห์หน้า
กรีซยันแผนยืดเส้นตายปฏิรูปเป็น 4 ปี ช่วยเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว โดยผู้นำประเทศลุยถกต่อสัปดาห์หน้า
สื่อกรีซเผยรายงานโดยอ้างผลการศึกษาของรัฐมนตรีคลังกรีซ ที่ระบุว่า เศรษฐกิจกรีซ ซึ่งอยู่ในภาวะถดถอยอย่างหนักติดต่อกัน 5 ปีเต็มจากผลของวิกฤตหนี้ จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วและต่อเนื่อง โดยที่ยอดหนี้สาธารณะประเทศจะอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพขึ้น หากรัฐบาลกรุงเอเธนส์ได้รับการอนุมัติขยายกำหนดเวลาบรรลุมาตรการรัดเข็มขัดจากเดิม 2 ปีไปเป็น 4 ปี ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี อันโตนิส ซามาราส ของกรีซ
ผลจากการประเมินตัวเลขทางเศรษฐกิจ ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังกรีซที่ไม่เปิดเผยนามได้ทำการศึกษา พบว่า หากเอเธนส์ได้รับการขยายกำหนดเวลาบรรลุแผนตัดลดงบประมาณเพิ่มอีก 2 ปี เศรษฐกิจกรีซจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 2556 เศรษฐกิจจะหดตัวเพียง 1.5% และกลับมาฟื้นตัวได้ถึง 2% ในปี 2557
อย่างไรก็ตาม หากกรีซยังคงต้องเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจอันเข้มงวดภายใน 2 ปีตามกรอบเวลาเดิม เศรษฐกิจกรีซในปีหน้าจะหดตัวอย่างหนักถึง 4.5% และจะไม่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปจนถึงปี 2558 โดยให้เหตุผลว่า ความสามารถในการชำระหนี้สาธารณะของกรีซ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเศรษฐกิจกรีซฟื้นตัวจากภาวะถดถอยก่อนเท่านั้น
ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา หลังการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกรีซ การพยายามเจรจากับชาติสมาชิกในยูโรโซน เพื่อขอยืดเวลาบรรลุแผนตัดลดงบประมาณมาโดยตลอด เนื่องจากมองว่า การดำเนินตามแผนรัดเข็มขัดอันเข้มงวดภายในระยะเวลาที่จำกัดเพียง 2 ปีนั้น จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมอย่างหนัก จากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกตัดลดสวัสดิการและตกงานเป็นวงกว้าง
มีการคาดการณ์ว่า ซามาราส จะเดินหน้าเจรจาข้อเสนอดังกล่าวกับผู้นำของเยอรมนีและฝรั่งเศส และ ฌอง โคลด จุงเกอร์ ประธานคณะรัฐมนตรีการเงินกลุ่มยูโรโซนอีกครั้งในสัปดาห์หน้านี้อีกด้วย
ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขการรับเงินกู้งวดใหม่จากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร กรีซต้องเดินหน้าตัดลดขาดดุลงบประมาณให้ได้อยู่ในระดับต่ำกว่า 3% ต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้ได้ภายในปี 2557 จากระดับ 9.3% ต่อจีดีพีในปีนี้
วันเดียวกัน สื่อของเยอรมนีเปิดเผยรายงานโดยไม่อ้างแหล่งที่มา ระบุว่า ในขณะนี้ชาติสมาชิกอียูกำลังร่างแผนรับมือต่อกรณีกรีซต้องออกจากยูโรโซนแล้ว โดยแผนการดังกล่าวจะหมายรวมถึงการเพิ่มทุนในโครงการให้เงินช่วยเหลือแก่ไอร์แลนด์และโปรตุเกสเพื่อลดผลกระทบต่อตลาดการเงิน
นอกจากนี้ สเปนและอิตาลีอาจจะได้รับเงินกู้ช่วยเหลือเพื่อป้องกันวิกฤตล่วงหน้าจากกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งหมายถึง ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต้องเข้ามามีบทบาทในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิกเพื่อระดมทุนอีกด้วย







