
‘เฟด’ไม่แคร์สื่อเดินหน้าดอกเบี้ย0%
คาดยืนระยะยาวถึงไตรมาส4 ญี่ปุ่นปั๊มเงินกู้แบงก์อีกเท่าตัว
โพสต์ทูเดย์
— เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยต่ำในระดับ 00.25% ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ย้ำสถานการณ์เศรษฐกิจสดใสขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ภายหลังการประชุมของคณะกรรมการธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยหลักจะยังคงอยู่ในกรอบอัตรา 00.25% เท่านั้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
เฟด ระบุว่า จะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำพิเศษไว้อีกระยะหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าระดับเงินเฟ้อในประเทศยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ขณะที่ธนาคารรายใหญ่หลายแห่งคาดการณ์ว่าเฟดจะใช้มาตรการไปจนถึงไตรมาส 4 ของปีนี้
ขณะเดียวกันตลาดหุ้นในสหรัฐตอบรับกับข่าวการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นอย่างดี โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ถีบตัวสูงขึ้นราว 30 จุด ไปอยู่ที่ 10,646 ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกเมื่อวันที่ 17 มี.ค. เคลื่อนตัวอยู่ในระดับ 1,108.10
–1,128.10 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ พุ่งขึ้นราว 17.10 เหรียญสหรัฐ และปิดอยู่ที่ 1,122.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ทั้งนี้ มุมมองของเฟดต่อสภาพเศรษฐกิจล่าสุดนั้น เฟดเห็นว่ามีสัญญาณการจ้างงานปรับตัวในทางที่ดีขึ้น และทรงตัวดีตั้งแต่ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และการใช้จ่ายของภาคธุรกิจในเรื่องของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ต่างๆ ปรับตัวดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจ
อย่างไรก็ตาม เฟดก็ยังเตือนว่าอัตราการว่างงานที่ค่อนข้างสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานได้ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายโดยทั่วไปของผู้บริโภค และอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และการกู้ยืมต่างๆ ขณะที่สถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคการก่อสร้างนั้นก็ยังคงอ่อนแอ
“
เฟดได้ให้ภาพทางเศรษฐกิจในโทนที่ค่อนข้างสว่างไสวมากขึ้นทีละน้อย โดยก่อนหน้านี้เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในสภาพมืดครึ้มดำสนิทเป็นเวลานาน โดยในขณะนี้มันเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นสีเทา” สจวร์ต ฮอฟฟ์แมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากพีเอ็นซี ไฟแนนเชียล เซอร์วิส กรุ๊ป กล่าวกับเอเอฟพีทั้งนี้ เฟดคงมาตรการอัตราดอกเบี้ยต่ำในระดับใกล้ศูนย์มาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 เพื่อที่จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และช่วยกอบกู้สหรัฐให้พ้นจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจถดถอยครั้งเลวร้าย
วันเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ออกแถลงการณ์ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำสุดที่ 0.1% ซึ่งยืนพื้นมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 พร้อมกันนี้ยังตัดสินใจเพิ่มวงเงินการปล่อยกู้ระยะสั้น 3 เดือน ให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เป็น 20 ล้านล้านเยน (ราว 7.26 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ







