
1 บุคคล 2 องค์กร คว้าโนเบลสันติภาพไปครอง
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในรัสเซียและยูเครน รวมทั้งนักเคลื่อนไหวชาวเบลารุส คว้ารางวัลโนเบลสันติภาพไปครองร่วมกัน ด้านกรรมการเผย ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดี ปูตินของรัสเซีย
โดยผู้คว้ารางวัลในปีนี้ประกอบด้วย 1 บุคคล 2 องค์กร คือ นักสิทธิมนุษยชนชาวเบลารุส Ales Bialiatski, องค์กรสิทธิมนุษยชน Memorial ในรัสเซีย และศูนย์เสรีภาพพลเมือง (Center for Civil Liberties) ในยูเครน
คณะกรรมการโนเบลให้เหตุผลการตัดสินครั้งนี้เพราะพวกเขาเป็นตัวแทนของภาคประชาสังคมในประเทศ ส่งเสริมสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์อำนาจและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองมานาน
สำหรับ Ales Bialiatski เป็นผู้ก่อตั้ง Viasna องค์กรสิทธิมนุษยชนที่จัดทำเอกสารและประท้วงการใช้การทรมานนักโทษการเมืองของทางการเบลารุส เขาเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มขบวนการประชาธิปไตยในเบลารุสตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 โดย หน่วยงานของรัฐบาลเบลารุสได้พยายามที่จะจัดการเขามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่ปี 2020 เขายังคงถูกควบคุมตัวโดยไม่มีการพิจารณาคดี นับเป็นผู้ได้รับรางวัลคนที่ 4 ที่ได้รางวัลขณะถูกคุมขังหรือควบคุมตัว ก่อนหน้านี้คือ คาร์ล ฟอน โอซิสกี (Carl von Ossietzky) ชาวเยอรมันในปี 1935 ออง ซาน ซูจี ชาวพม่าในปี 1991 และ หลิว เสี่ยวโป ชาวจีนในปี 2010
ส่วนองค์กร Memorial ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 โดยนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในอดีตสหภาพโซเวียต เพื่อเปิดเผยการล่วงละเมิดและความโหดร้ายของยุคสตาลิน โดยพวกเขาต้องการทำให้แน่ใจว่า ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการกดขี่ของระบอบคอมมิวนิสต์จะไม่ถูกลืม
งานของ Memorial อยู่บนพื้นฐานของแนวคิดที่ว่า การเผชิญหน้ากับอาชญากรรมในอดีตเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันอาชญากรรมใหม่ ๆ ซึ่ง Memorial อยู่ในแนวหน้าของความพยายามในการต่อสู้กับลัทธิทหารของรัสเซีย โดยมีผลงานโดดเด่นในช่วงสงครามเชเชน ในระหว่างงานรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดและอาชญากรรมสงครามที่กองกำลังรัสเซียและกองกำลังที่สนับสนุนรัสเซียกระทำต่อประชากรชาวเชเชน
ส่วนศูนย์เสรีภาพพลเมืองของยูเครน (CCL) ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 เพื่อส่งเสริมคุณค่าด้านสิทธิมนุษยชนในยูเครน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในประเทศ นอกจากนี้ CCL ยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและบันทึกอาชญากรรมสงครามของรัสเซียต่อประชากรยูเครน นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในเดือน ก.พ.
ทั้งนี้ วันประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนี้ ตรงกับคล้ายวันเกิดของ ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ที่มีอายุครบ 70 ปีโดยบังเอิญอีกด้วย แต่คณะกรรมการโนเบล ระบุว่า การมอบรางวัลดังกล่าวให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวในทั้ง 3 ประเทศ ไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีไปที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เว้นแต่ว่ารัฐบาลของปูตินจะเป็นตัวแทนของรัฐบาลเผด็จการที่กดขี่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน







