posttoday
10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก

17 มีนาคม 2553

สื่อนอกจัดอันดับ 10 ประท้วงเชิงสัญลักษณ์ รับกระแสเสื้อแดงเทเลือดต้านรัฐบาล

สื่อนอกจัดอันดับ 10 ประท้วงเชิงสัญลักษณ์ รับกระแสเสื้อแดงเทเลือดต้านรัฐบาล

หลังจากที่คนเสื้อแดงได้ทำการเทเลือดที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล สื่อต่างประเทศได้ให้ความสนใจกับการประท้วงที่แหวกแนวดังกล่าวอย่างมาก นิตยสารไทม์ส ยังได้จัดอันดับการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ 10 อันดับที่ไม่เพียงมีรูปแบบการประท้วงที่แหวกแนว แต่ยังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง

อันดับ 1 การสิ้นสุดของกำแพงเบอร์ลิน

เป็นเวลาถึง 28 ปีที่ชาวเบอร์ลินและเยอรมนีทั้งประเทศต้องถูกแบ่งออกเป็นฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก ภายหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในวันที่ 9 พ.ย. 2532 ชาวเบอร์ลินนับแสนคนทั้ง 2 ฝั่งต่างมารวมตัวกันที่แนวกำแพงเพื่อร่วมกันทำลายปราการที่แบ่งโลกออกเป็นค่ายเสรีนิยม และสังคมนิยม หลังจากนั้นอีก 1 เดือนต่อมา เยอรมนีรวมตัวเป็นประเทศเดียวกันอีกครั้ง

อันดับที่ 2 การดื้อแพ่งของ โรซา พาร์กส์

ก่อนหน้านี้ชาวสหรัฐผิวสีในเมืองมอนโกเมอรี รัฐแอลลาบามา ต้องนั่งรถบัสในพื้นที่ต่างหากจากที่นั่งของคนผิวขาว แต่ในวันที่ 1 ธ.ค. 2489  โรซา พาร์กส์ หญิงผิวสีปฏิเสธที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งสำรับคนผิวขาว จนถูกตำรวจจับกุมตัว วีรกรรมของ โรซา พาร์กส์ ขยายวงเป็นขบวนการเรียกร้องสิทธิของคนผิวสีให้ทัดเทียมกับคนผิวขาว ในปีถัดมาศาลสูงสหรัฐตัดสินว่า การแบ่งแยกที่นั่งตามผิวสีและเชื้อชาติ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทุกวันนี้ โรซา พาร์กส์ ได้รับการยกย่องให้เป็น “มารดาแห่งการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง”

อันดับที่ 3 พระเวียดนามเผาตัวเองประท้วง

ท่ามกลางความจอแจกของนครไซ่ง่อน (โฮจิมิน ซิตี้ ในปัจจุบัน) ของวันที่ 11 มิ.ย. 2506 พระสงฆ์ชาวเวียดนามที่ชื่อ ทิชกวงดุ๊ก นั่งลงกลางถนนของเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ชุบจีวรของท่านจนชุ่มด้วยน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาร่างของตนเองจนมอดไหม้ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนนับพัน การเผาตัวเองครั้งนี้เพื่อประท้วงประธานาธิบดี โงดินเดียม แห่งเวียดนามใต้ที่ข่มเหงชาวพุทธเวียดนามอย่างรุนแรง จนกระทั่งในเดือนพ.ย. ปีเดียวกับ โงดินเดียม ต้องสิ้นอำนาจจากการก่อรัฐประหารของทหารกลุ่มหนึ่ง และถูกสังหารในเวลาต่อมา

อันดับที่ 4 เสียงปืนจากเตหะราน

เนดา อักฮา โซตัน หญิงสาวชาวอิหร่านวัย 26 ปี กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพในอิหร่าน และเป็นประจักษ์พยานของการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงอย่างโหดร้าย ในระหว่างการประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่คลิปวิดีโอความยาวเพียง 40 วินาทีได้จุดกระแสไปทั่วโลก คลิปดังกล่าวบันทึกภาพวินาทีสุดท้ายของ เนดา อักฮา โซตัน หลังจากถูกยิงเข้าที่ทรวงอกระหว่างชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะราน แม้จะต้องสิ้นใจในที่สุด แต่ภาพวินาทีสุดท้ายของหญิงสาวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายค้านในอิหร่าน

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก โค่นอนุสาวรีย์ซัดดัม

อันดับที่ 5 ซัดดัมสิ้นอำนาจ

หลังจากที่กองทัพสหรัฐเคลื่อนพลเข้าสู่กรุงแบกแดดของอิรักเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2546 ชาวอิรักต่างพากันมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ขนาดมหึมาของซัดดัม ฮุสเซน ที่จตุรัสฟีร์ดอส เพื่อพยายามโค่นล้มอนุสาวรีย์ของอดีตเผด็จการรายนี้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากยานเกราะของนาวิกโยธินสหรัฐ จนกระทั่งอนุสาวรีย์พังทลายลงถูกลากประจานไปตามท้องถนนของกรุงแบกแดด เพื่อป่าวประกาศการสิ้นสุดของระบอบเผด็จการในอิรัก

อันดับที่ 6 การสังหารนักศึกษาที่รัฐโอไฮโอ

ภาพของ แมรี เวคคิโอ หญิงสาววัย 14 ปีที่กำลังร้องเรียกความช่วยเหลือเหนือร่างไร้วิญญาณของ เจฟฟรีย์ มิลเลอร์ ไม่เพียงเป็นภาพยอดเยี่ยมแห่งปีจนได้รับรางวัลพิวลิตเซอร์เท่านั้น แต่ยังปลุกกระแสความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในสถาบันการศึกษานับร้อยแห่งทั่วสหรัฐ หลังจากที่กองกำลังป้องกันประเทศกราดยิงเข้าใส่นักศึกษามหาวิทยาลัยเคนต์ สเตท ในรัฐโอไฮโอ จนคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ถึง 4 ราย และหนึ่งในนั้นคือ เจฟฟรีย์ มิลเลอร์

อันดับที่ 7 เสียงเพลงแห่งความเท่าเทียม

แมเรียน แอนเดอร์สัน เป็นนักร้องที่รับการยกย่องจากนักดนตรีชั้นนำของโลกว่ามีเสียงที่หาได้ยากยิ่งในรอบ 100 ปี อย่างไรก็ตาม เธอกลับถูกปฏิเสธจากสมาคม Daughters of American Revolution ไม่ให้ร่วมร้องเพลงที่คอนสติติวชั่น ฮอล ในกรุงวอชิงตันเมื่อปี 2482 จนก่อให้เกิดกระแสไม่พอใจอย่างรุนแรง จนกระทั่งรัฐบาลต้องเชิญแมเรียน แอนเดอร์สันมาร้องเพลงที่ลินคอล์น เมโมเรียล ท่ามกลางฝูงชนกว่า 7.5 หมื่นคน และอีกนับล้านคนที่รับฟังทางวิทยุ จนแมเรียน แอนเดอร์สันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู่เพื่อสิทธิพลเมือง

อันดับที่ 8 ลงคะแนนด้วยรองเท้า

มุนตาเซอร์ อัลไซดี ผู้สื่อข่าวชาวอิรักกลายเป็นข่าวดังทั่วโลก เมื่อลุกขึ้นมาขว้างรองเท้าเข้าใส่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ระหว่างการแถลงข่าวสั่งลาตำแหน่งผู้นำสหรัฐที่กรุงแบกแดด แม้ว่า มุนตาเซอร์ จะถูกรวบตัวและทำร้ายร่างกายอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอิรัก แต่ได้กลายเป็นวีรบุรุษของอีกนับล้านคนทั่วโลก ทั้งยังเป็นแบบอย่างให้มีคนลุกขึ้นมาประท้วงด้วยการปารองเท้าอีกหลายราย

อันดับที่ 9 ชูกำปั้นคัดค้าน

ระหว่างการรับเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ เมื่อปี 2511 ทอมมี สมิธ และจอห์น คาร์ลอส นักวิ่งผิวสีชาวสหรัฐ สร้างความฮือฮาด้วยการเดินเท้าเปล่าขึ้นแท่นรับเหรียญพร้อมชูกำปั้นเหนือศีรษะ โดยสมิธ สวมถุงเท้าดำ เป็นสัญลักษณ์ของความยากจนในหมู่ชนผิวสี ขณะที่คาร์ลอสสวมลูกปัดเป็นสัญลักษณ์ของการทำร้ายคนผิวสี ขณะที่ปีเตอร์ นอร์แมน นักวิ่งผิวขาวชาวออสเตรเลียร่วมประท้วงการกดขี่คนผิวสีเช่นกัน โดยสวมเสื้อรณรงค์สิทธิมนุษยชน การกระทำของคนทั้ง 3 ได้ปลุกกระแสเรียกร้องสิทธิมนุษยชนไปทั่วโลก

อันดับที่ 10 นักสู้นิรนาม

การชุมนุมใหญ่ที่จตุรัสเทียนอันเหมินกลางกรุงปักกิ่งเมื่อปี 2532 ไม่มีภาพใดที่จะสะท้อนการเรียกร้องประชาธิปไตยในจีนที่ส่งผลสะเทือนได้เท่ากับภาพของชายนิรนามที่เผชิญหน้ากับขบวนรถถังของกองทัพที่เข้าปราบปรามการชุมนุมเพียงลำพัง ทุกวันนี้ภาพของชายนิรนามยังคงเผยแพร่ในฐานะสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับอำนาจที่เหนือกว่า แต่ชะตากรรมและชื่อเสียงของบุคคลๆ นี้ยังคงเป็นปริศนา

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก วีรบุรุษนิรนามแห่งเทียนอันเหมิน

 

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก กระแสสนับสนุนมือขว้างรองเท้าใส่บุช

 

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก แมเรียน แอนเดอร์สัน สัญลักษณ์การต่อสู้แห่งสิทธิพลเมือง

 

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก พระเวียดนามเผาตัวเองประท้วงการข่มเหงชาวพุทธ

 

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก โรซา พาร์กส์ หญิงผิวสีปฏิเสธลุกขึ้นจากที่นั่งสำหรับคนขาว

 

10 อันดับประท้วงเชิงสัญลักษณ์ของโลก ทำลายกำแพงเบอร์ลิน ที่สุดแห่งการประท้วงเชิงสัญลักษณ์

 

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง