
รุมต้านนักกีฬาโอนสัญชาติ‘สิงคโปร์’ลั่นไม่น่าภาคภูมิใจ
ชาวสิงคโปร์รุมต้านนักกีฬาโอนสัญชาติ หลังนักกีฬาสายเลือดจีนคว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิก อ้างไม่ภูมิใจเหตุไม่ใช่สิงคโปร์แท้
ชาวสิงคโปร์รุมต้านนักกีฬาโอนสัญชาติ หลังนักกีฬาสายเลือดจีนคว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิก อ้างไม่ภูมิใจเหตุไม่ใช่สิงคโปร์แท้
ชาวสิงคโปร์จำนวนมากออกโรงวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย “นักกีฬาโอนสัญชาติ” ของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้มีการพัฒนานักกีฬาท้องถิ่นมากขึ้น ภายหลัง เฝิง เทียนเว่ย นักกีฬาเทเบิลเทนนิส ซึ่งเป็นนักกีฬาที่โอนสัญชาติจากจีน สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกบุคคลให้แดนลอดช่องได้เป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี
“ผมไม่รู้สึกภูมิใจในเหรียญทองแดงเหรียญนี้เลย เพราะเป็นเหรียญที่คว้าโดยชาวต่างชาติ ซึ่งเพียงแต่ถือธงของเราอยู่” ชาวสิงคโปร์คนหนึ่งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมย้ำว่า เฝิงนั้นเพิ่งได้รับสัญชาติสิงคโปร์ เมื่อปี 2551
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของริชาร์ด โก ชาวสิงคโปร์อีกคน ซึ่งได้แสดงความกังวลต่ออนาคตของเยาวชนสิงคโปร์
“หากการเอาต์ซอร์สสามารถนำมาใช้กับกีฬาได้ แล้วอนาคตของลูกหลานชาวสิงคโปร์จะเป็นเช่นใด” โก กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อปี 2536 รัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกแผน “ระดมนักกีฬาต่างด้าวผู้มีพรสวรรค์” (เอฟเอสที) ซึ่งเป็นการมอบสัญชาติสิงคโปร์ให้นักกีฬาต่างชาติที่มีความสามารถ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งขันในระดับโลก เนื่องจากสิงคโปร์มีจำนวนประชากรต่ำ โดยปัจจุบันมีนักกีฬาโอนสัญชาติในสิงคโปร์มากถึง 40 คน
“เราไม่ควรมองนักกีฬาโอนสัญชาติว่าเป็นชาวต่างชาติ แต่เราควรให้กำลังใจและสนับสนุนพวกเขา เพราะนักกีฬาเหล่านี้มีความมุ่งมั่นที่จะคว้าเหรียญให้กับประเทศของเราจริงๆ” ลีบีหว่า นายกสมาคมเทเบิลเทนนิสของสิงคโปร์ กล่าว
ด้านนักวิเคราะห์ เผยว่า กระแสต่อต้านนักกีฬาโอนสัญชาติครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางกระแสการต่อต้านชาวต่างชาติในสิงคโปร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไหลทะลักของแรงงานชาวจีนที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
“รัฐบาลกำลังปวดหัวมาก เพราะไม่เพียงแต่จะต้องกระตุ้นให้ชาวสิงคโปร์มีบุตรมากขึ้นแล้ว ทว่า ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญการคัดค้านอย่างหนักจากประชาชนที่เกรงว่าต่างด้าวเหล่านี้กำลังแย่งงานพวกเขา” ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุ







