
เชื่อมั่นธุรกิจเอเชียดิ่งสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนความกลัว จีนฮาร์ดแลนดิง
ผลสำรวจจากวายพีโอชี้ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเอเชียลดต่ำลงมากสุดในรอบ 3 ปี เหตุนักลงทุนระแวงภาวะเศรษฐกิจจีนดิ่งเหว
ผลสำรวจจากวายพีโอชี้ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเอเชียลดต่ำลงมากสุดในรอบ 3 ปี เหตุนักลงทุนระแวงภาวะเศรษฐกิจจีนดิ่งเหว
ยังเพรสซิเดนซ์ (วายพีโอ) องค์กรเครือข่ายไม่แสวงผลกำไรที่มีสมาชิกเป็นผู้บริหารธุรกิจคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 35-50 ปี กว่า 2 หมื่นคนทั่วโลกของสหรัฐ ได้เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในมุมมองของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชนกว่า 1,653 คน ใน 193 ประเทศทั่วโลกช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจในเอเชียมีคะแนนลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน โดยเป็นการลดลงจากเดิมที่ 61.9 จุดในไตรมาสแรกของปีเหลือที่ 60.1 จุด ขณะที่ความเชื่อมั่นในระดับโลกลดลงจาก 63.8 จุด ลงมาอยู่ที่ 59.7 จุด
รายงานของวายพีโอระบุว่า คะแนนที่ปรากฏออกมาในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ผิดปกติไปจากค่าเฉลี่ยของคะแนนที่เคยได้จากการสำรวจในครั้งก่อนๆ เนื่องจากค่าคะแนนเฉลี่ยความเชื่อมั่นเอเชียจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าคะแนนระดับโลกถึง 9 จุด มาโดยตลอด
เทอรี โอคอนนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท คอร์ทเอเชีย ผู้ให้บริการด้านคำปรึกษาด้านการเงินการลงทุนจากสิงคโปร์และเป็นประธานของวายพีโอสาขาสิงคโปร์ กล่าวว่า ผลคะแนนที่ลดลงเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าการขยายตัวของเอเชียจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ในขณะนี้
“แนวโน้มดังกล่าวที่ออกมานั้น เป็นผลพวงมาจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จีนในไตรมาส 2 ซึ่งทำได้เพียงแค่ 7.6% ขณะที่สิงคโปร์ในไตรมาส 2 ก็เข้าสู่ภาวะหดตัวที่ 0.1% ส่วนเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นทั้งคู่ต่างก็ตัดลดเป้าหมายการขยายตัวลงจากเดิมแล้ว” โอคอนนอร์ กล่าว
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนในระดับเอเชียทั้งทวีปจะลดลง ไม่ว่าจะเป็น จีน ที่ลดลงจากคะแนนเดิมมากที่สุด เหลืออยู่ที่ประมาณ 50 จุด เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลี ที่มีคะแนนความเชื่อมั่นอยู่ในระดับ 50 กว่าจุด แต่ในบางประเทศกลับพบว่าคะแนนความเชื่อมั่นยังอยู่ในระดับที่สูงอยู่ เช่น ไทย ที่มีคะแนนสูงถึง 70 จุด
แพทริค เซียร์เวิร์ท ผู้อำนวยการด้านการบริหารของบริษัท คาร์เลย์ เอเชีย อินเวสเมนต์ ผู้ให้บริการด้านคำปรึกษาด้านการลงทุน กล่าวว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตยังเป็นเรื่องที่ไม่มีความแน่นอนอย่างยิ่งในเวลานี้ เนื่องจากที่ผ่านมาหลายบริษัทเอกชนเริ่มปรับเป้าหมายการขยายตัวแล้ว หลังจากที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนชะลอตัวเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน
“ทุกคนต่างเคยรอความหวังว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ในระยะกลาง แต่ตอนนี้ทุกคนเริ่มปรับลดสิ่งที่เคยคาดหวังลงมาบ้างแล้ว” เซียร์เวิร์ท กล่าว พร้อมกับเสริมด้วยว่า ในอนาคตเอเชียจะต้องพบกับความยากลำบากในการรักษาความมั่นใจเอาไว้ เพราะกำลังซื้อและความต้องการของยุโรปกับสหรัฐมีแนวโน้มลดลง ซึ่งนั่นก็จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของเอเชียโดยตรง
นอกจากนี้ เซียร์เวิร์ท ซึ่งเคยเป็นอดีตประธานบริษัท โคคาโคลา ประจำภูมิภาคเอเชีย ผู้ผลิตน้ำอัดลมยี่ห้อโค้ก ยังเผยอีกว่า ความผิดหวังต่อการเปิดขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ของหลายบริษัทในหลายๆ ตลาดหุ้นในเอเชีย โดยเฉพาะฮ่องกง กำลังจะกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่บั่นทอนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเอเชียในขณะนี้
ทั้งนี้ กระแสการขาดความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นดังกล่าวก็ยังส่งผลกระทบต่อไปยังธนาคารเพื่อการลงทุน ซึ่งในอดีตเคยขยายการให้บริการด้านการให้ประกันแก่การเปิดขายหุ้นไอพีโอมาโดยตลอด ทว่าในขณะนี้การให้บริการดังกล่าวกำลังจะหมดลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม เซียร์เวิร์ท ยังกล่าวว่า ปัจจุบันยังพอมีสัญญาณที่ดีอยู่บ้าง เมื่อการควบรวมกิจการบริษัทและการเข้าซื้อกิจการในภาพรวมยังอยู่ในภาวะที่ดีอยู่ เนื่องจากบริษัทจากตะวันตกจำนวนมากยังคงเข้ามาลงทุนในเอเชีย ขณะที่บริษัทจากจีนก็เริ่มหันไปลงทุนในสหรัฐและยุโรปเพิ่มขึ้นเช่นกัน
“บริษัทจากจีนกำลังเข้าไปลงทุนในสหรัฐกับยุโรปเพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนในการดำเนินการทางธุรกิจเริ่มถูกลง ขณะที่ยุโรปและสหรัฐมาลงทุนในเอเชียมากขึ้น เพื่อตักตวงจากช่วงเวลาที่เอเชียกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง” เซียร์เวิร์ท กล่าว







