
สเปนลั่นไม่เอาเงินช่วย
ยันไม่รับเงื่อนไขรัดเข็มขัดเพิ่มอิตาลีย้ำสามารถจัดการหนี้ได้
ยันไม่รับเงื่อนไขรัดเข็มขัดเพิ่มอิตาลีย้ำสามารถจัดการหนี้ได้
อียูเผย สเปนไร้แววขอเงินช่วยเต็มขั้น หากอียูตั้งเงื่อนไขเพิ่ม ด้านอิตาลีย้ำมีศักยภาพจัดการหนี้เองได้
แหล่งข่าววงในสหภาพยุโรป เผยว่า มีความเป็นไปได้สูงที่สเปนอาจไม่ยื่นขอเงินช่วยเหลือเต็มรูปแบบจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หากมีการตั้งเงื่อนไขเงินกู้เพิ่มเติมจากที่ได้ตกลงไว้ก่อนหน้านี้
“หากแผนรัดเข็มขัดของสเปนผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) อาจส่งผลให้สเปนไม่ต้องเผชิญกับเงื่อนไขเงินกู้เพิ่มเติมมากกว่านี้” เจ้าหน้าที่อียูกล่าว โดยอ้างท่าทีของนายกรัฐมนตรี มาเรียโน ราจอย ของสเปน ซึ่งมองว่าแผนรัดเข็มขัดที่ทางรัฐบาลเสนอไปมูลค่าสูงถึง 1.02 แสนล้านยูโร (ราว 4.988 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2557 เพียงพอต่อการตัดลดขาดดุลตามเป้าหมายแล้ว
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศตั้งเงื่อนไขว่า รัฐบาลซึ่งเผชิญปัญหาการเงินอย่างสเปนและอิตาลี ต้องขอเงินช่วยเหลือแบบเต็มจำนวนจากกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอสเอฟเอส) อย่างเป็นทางการ ก่อนที่อีซีบีจะเข้าแทรกแซงตลาด ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อลดต้นทุนกู้ยืม
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว จะส่งผลให้รัฐบาลประเทศนั้นๆ ต้องยอมลงนามเพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการดำเนินตามแผนรัดเข็มขัดอันเข้มงวดเพิ่มเติมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้านความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจอิตาลี ซึ่งมีแนวโน้มขอเงินช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมืองอิตาลี กดดันให้นายกรัฐมนตรี มาริโอ มอนติ เร่งดำเนินการตามแผนใช้ทุนภายในประเทศเพื่อตัดลดยอดหนี้ แทนการยอมสละอำนาจอธิปไตยเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ
เรนาโต บรูเนตตา รัฐมนตรีคลังอิตาลี ระบุว่า อิตาลีสามารถระดมทุนอย่างมีประสิทธิภาพจากภายในประเทศ จากการจ่ายภาษีของประชาชนล่วงหน้า ตลอดจนถึงการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือสูงเป็นหลักประกันเพื่อออกพันธบัตรรัฐบาล โดยคาดว่า จะสามารถตัดลดหนี้ได้ราว 4 แสนล้านยูโร (ราว 19.6 ล้านล้านบาท) จากทั้งหมด 2 ล้านล้านยูโร (ราว 98 ล้านล้านบาท) ภายใน 5 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ด้านธนาคารกลางฝรั่งเศส เตือนว่า เศรษฐกิจประเทศส่อกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี หลังอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันเป็นไตรมาส 2 ส่งสัญญาณให้เห็นว่า วิกฤตหนี้ยุโรปส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและผู้บริโภคของประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าเศรษฐกิจเมืองน้ำหอมไตรมาส 3 ของปีนี้จะหดตัวเหลือเพียง 0.1% ต่อจีดีพี







