
ฟันธง20ปีอาเซียนผงาด
เสาหลักขับเคลื่อนศก.เอเชีย พลิกโฉมการค้า-ลงทุนโลก
เสาหลักขับเคลื่อนศก.เอเชีย พลิกโฉมการค้า-ลงทุนโลก
นักวิเคราะห์ฟันธงอีก 20 ปี อาเซียนก้าวขึ้นเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของเอเชีย ชี้เปลี่ยนโฉมหน้าการค้าการลงทุนของโลกให้มุ่งมาเอเชียมากขึ้น
วอลสตรีท เจอร์นัลเปิดเผยรายงานที่อ้างคำกล่าวของ ราจีบ บิสวอท หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียจากสถาบันไอเอชเอส โกลบอล อินไซด์ ซึ่งระบุว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจของทวีปเอเชีย เนื่องจากอาเซียนมีศักยภาพ มีประสิทธิภาพ และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง
รายงานระบุว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รัศมีการเติบโตของอาเซียนถูกบดบังโดยประเทศจีนและประเทศอินเดีย ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างร้อนแรงและรวดเร็วด้วยอัตราการเติบโต (จีดีพี)โดยเฉลี่ย 10% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันของสองประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียนี้ กลับชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับอดีตแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจหลักของโลกอย่างทวีปยุโรปและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสวนทางกับเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยจากที่เคยมีจีดีพีรวมกันเพียง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 18.6 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2543 ทว่าในปี 2555 ขนาดจีดีพีอาเซียนได้ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 71.3 ล้านล้านบาท) โดยนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์อีกว่า เศรษฐกิจอาเซียนจะขยายตัวในระดับที่สูงขึ้นไปอีกที่ 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 145.7 ล้านล้านบาท) ในปี 2563 และ 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 310 ล้านล้านบาท) ในปี 2573
ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจอาเซียนเติบโตคือมูลค่าการค้ากับจีนที่เพิ่มขึ้น โดยพุ่งขึ้นจากระดับ 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 18 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2543 มาอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 69 ล้านล้านบาท) ในปีนี้
“ขณะนี้ขนาดเศรษฐกิจของทั้งอาเซียนรวมกันกลับวิ่งแซงหน้าอินเดียไปแล้ว และในอีก 16 ปีข้างหน้าก็จะแซงหน้าญี่ปุ่น” บิสวอท กล่าว
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่า ผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างร้อนแรงของอาเซียน โดยเฉพาะในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยกระตุ้นการจ้างงาน การลงทุน และดึงดูดให้บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติในระดับโลกเข้ามาลงทุนในภูมิภาคมากขึ้น
“การบริโภคที่ขยายตัวมากขึ้นในอาเซียนในอีก 20 ปีข้างหน้าจะนำไปสู่การพลิกโฉมหน้าในด้านโครงสร้างและรูปแบบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทข้ามชาติในระดับโลกอย่างสิ้นเชิง เพราะบริษัทข้ามชาติจากทั้งสหรัฐและยุโรปจะเริ่มเข้ามาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น” บิสวอท กล่าว







