
‘สเปน’จ่อขอเงินช่วยเต็มขั้น
รัฐย้ำแค่ศึกษาเงื่อนไข‘อีซีบี’มูดี้ส์หั่นเครดิตแบงก์อิตาลีซ้ำ
รัฐย้ำแค่ศึกษาเงื่อนไข‘อีซีบี’มูดี้ส์หั่นเครดิตแบงก์อิตาลีซ้ำ
สเปนส่อแววขอเงินช่วยเต็มจำนวน หลังอีซีบีตั้งเงื่อนไข พร้อมแทรกแซง ต่อเมื่อสมาชิกต้องลงนามกู้จากกองทุนกู้หนี้เท่านั้น ด้านเอสแอนด์พีหั่นเครดิตแบงก์อิตาลี 15 แห่งรวด
สเปน ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยูโรโซน มีแนวโน้มต้องขอเงินช่วยเหลือเต็มจำนวนจากนานาชาติ ตามรอยกรีซในอนาคตอันใกล้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสเปน มาเรียโน ราฮอย เปิดใจเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่า กำลังศึกษารายละเอียดเงื่อนไขแผนให้ความช่วยเหลือด้านการเงินจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยที่ยังไม่มีการตัดสินดำเนินการใดๆ ในขณะนี้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสเปน มีขึ้นภายหลังจากที่ มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป ประกาศตั้งเงื่อนไขสำคัญระหว่างแถลงผลการประชุมเชิงนโยบายเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ว่า อีซีบีจะเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตร เพื่อซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตหนี้ เช่น สเปน และอิตาลี เพื่อลดต้นทุนกู้ยืมที่พุ่งสูงขึ้นอยู่ระดับไร้ศักยภาพในการระดมทุน ต่อเมื่อรัฐบาลประเทศนั้นๆ ลงนามขอความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอสเอฟเอส) อย่างเป็นทางการเสียก่อนเท่านั้น
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว จะส่งผลให้รัฐบาลประเทศนั้นๆ ต้องยินยอมลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการดำเนินตามแผนรัดเข็มขัดเพื่อตัดลดยอดหนี้สาธารณะอันเข้มงวด
ขณะที่ในวันเดียวกัน รัฐสภาสเปนลงมติอนุมัติมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มอีก 1.02 แสนล้านยูโร (ราว 3.87 ล้านล้านบาท) จนถึงปี 2557 ซึ่งหมายรวมถึงการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกอบกับการตัดลดสวัสดิการสังคมในด้านต่างๆ โดยสเปนตั้งเป้าลดยอดขาดดุลงบประมาณในปีนี้ให้ได้เหลือ 6.3% ต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากระดับ 8.5% เมื่อปี 2554
สำหรับความเคลื่อนไหวในกรีซ รอยเตอร์สรายงานอ้างสื่อของเยอรมนีว่า ธนาคารกลางยุโรปสามารถช่วยกรีซให้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายได้ชั่วคราวอีกครั้ง หลังจากที่อีซีบีมีมติปรับเพิ่มเพดานความสามารถในการรับซื้อตั๋วเงินคลังของธนาคารกลางกรีซ เพื่อแลกกับการปล่อยกู้เงินฉุกเฉินแก่รัฐบาลจาก 3,000 ล้านยูโร (ราว 1.47แสนล้านบาท) เป็น 7,000 ล้านยูโร (ราว 3.43 แสนล้านบาท)
ทั้งนี้ มติของอีซีบีข้างต้นถือเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลกรีซสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมอีก 4,000 ล้านยูโร (ราว 1.96 แสนล้านบาท) นับเป็นจำนวนเงินสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจกรีซระหว่างการรอคอยผลการประชุมหารือของทีมตรวจสอบ “ทรอยกา” ว่าจะอนุมัติเงินกู้ช่วยเหลือก้อนใหม่แก่กรีซในเดือน ก.ย.นี้หรือไม่
ขณะที่ทางด้าน สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำประกาศปรับลดอันดับเครดิตธนาคารอิตาลีอีก 15 แห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ อย่างธนาคารยูเนียน ดิ บังเช อิตาเลียน โดยนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเปราะบางของภาคธนาคารอิตาลีต่อความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้ยุโรป แต่เอสแอนด์พียังคงอันดับเครดิตของธนาคารยูนิเครดิต อินเทซา ซานเปาโลและเมดิโอบังกา ซึ่งเป็นผู้นำตลาดธนาคารของอิตาลีไว้ระดับเดิม







