
‘อันนัน’ท้อใจทิ้งซีเรีย
“อันนัน” เลขาทูตพิเศษยูเอ็น ถอดใจโบกมือลาภารกิจแก้ปัญหาขัดแย้ง
“อันนัน” เลขาทูตพิเศษยูเอ็น ถอดใจโบกมือลาภารกิจแก้ปัญหาขัดแย้ง
ในซีเรียแล้ว เหตุความรุนแรงบานปลายเกินควบคุม ขณะที่ชาติมหาอำนาจก็มัวแต่ขัดแย้งกันเอง
โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในฐานะทูตพิเศษที่ดูแลภารกิจยุติความขัดแย้งในซีเรีย โดยการแต่งตั้งจากยูเอ็นและกลุ่มสันนิบาตอาหรับ (อาหรับลีก) ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุผลที่ตนเองคว้าน้ำเหลวในการสร้างสันติภาพให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ยืนยันได้จากสถานการณ์ในปัจจุบันของซีเรียที่ยังคงเต็มไปด้วยการใช้อาวุธและความรุนแรงทุกรูปแบบเข้าห้ำหั่นและเข่นฆ่ากันระหว่างสองฝ่ายคู่ขัดแย้งอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพ 6 ข้อ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
ขณะที่อีกหนึ่งเหตุผลก็คือการที่ชาติมหาอำนาจในเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะระหว่างชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐและยักษ์ใหญ่แห่งตะวันออก เช่น จีนกับรัสเซีย ที่มัวแต่โต้เถียงกันไปมาและเล่นเกมการเมืองใส่กัน ด้วยการใช้สิทธิยังยั้ง (วีโต) มติต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาในเวทียูเอ็นเอสซี จนส่งผลให้การผลักดันแผนการต่างๆ เพื่อแก้ไขวิกฤตเหล่านั้นต้องกลายเป็นอัมพาตถึง 3 ครั้ง
“ผมได้รับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในการช่วยระงับความขัดแย้งและหาแนวทางแก้ไขปัญหาเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ทว่าจากความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นและความแตกแยกในหมู่ชาติมหาอำนาจในยูเอ็นได้ทำให้การแสดงบทบาทของตนไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ” โคฟี อันนัน กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง พร้อมกับอวยพรผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งคนใหม่ว่าขอให้โชคดีกับการทำงานในภารกิจนี้
ทั้งนี้ การลาออกดังกล่าวจะเริ่มมีผลในสิ้นเดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไป และปัจจุบันทางยูเอ็นได้เผยว่าได้มีการริเริ่มพูดคุยกันเพื่อมองหาผู้เข้ามาดำเนินภารกิจสร้างสันติภาพในซีเรียคนต่อไปแล้ว
ภายหลังจากที่อดีตทูตพิเศษในภารกิจแก้ไขความขัดแย้งซีเรียประกาศลาออก ทางด้านชาติมหาอำนาจในยูเอ็นเอสซีต่างออกมาแสดงความเสียใจต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งพยายามโยนความผิดพลาดที่นำไปสู่การลาออกของ อันนัน กันไปมาระหว่างฝ่ายชาติตะวันตกกับอีกฝ่ายหนึ่งคือจีนและรัสเซีย
วิตาลี ชูร์กิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับชี้ว่า อันนัน คือทูตผู้มีความเฉลียวฉลาดอันปราดเปรื่อง แต่ทว่าความล้มเหลวที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจากชาติตะวันตกที่ไม่ยอมรับฟังและคัดค้านแผนการแก้ไขปัญหาที่มีเหตุผลและสมดุลจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานเพื่อสันติภาพของอดีตเลขาธิการยูเอ็นผู้นี้
ขณะที่ เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐได้กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องโทษที่จีนกับรัสเซีย เพราะทั้งสองชาติได้ใช้อำนาจวีโตแผนการคว่ำบาตรรัฐบาลซีเรียที่เสนอโดยนานาชาติถึง 3 ครั้ง ซึ่งสิ่งที่ทั้งสองชาติทำคือการจงใจกดดันให้ อันนัน ต้องลาออก







